“แมนฯซิตี้” บุกเชือด “เรอัล มาดริด” 10 คน คาบ้าน 2-1 ยกแรก 16 ทีม ชปล.

เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมายิงแซงเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปแบบสุดมัน 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกการแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 26 ก.พ. คู่ที่น่าสนใจ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดสนามซานติอาดก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดทำเนียบ 10 แข้ง “แมนยูฯ” แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร“ฮาร์กรีฟส์” ชี้เป้าแข้งที่ “แมนยูฯ” ต้องซื้อมาให้ได้หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”เปิดฉากครึ่งแรกนาทีที่ 16 เรอัล มาดริด ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน ยิงไกลเต็มข้อ บอลเหินผ่านคานจากนั้นนาทีที่ 21 แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ กาเบรียล เฆซุส ซัดด้วยขวา ติโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟออกไปได้ต่อมา 7 นาที แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นอีกรอบ เมื่อ แบงฌาแมง เมนดี เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ เควิน เดอ บรุน ปล่อยลอดขาให้ ริยาด มาร์เรซ แทงขึ้นหน้าคืนให้ เดอ บรุน ซัดด้วยขวาผ่านคานและในนาทีที่ 30 เรอัล มาดริด น่าขึ้นนำจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาที่เสาสอง คาริม เบนเซมา ขึ้นโหม่งเน้นๆ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิดถึงนาทีที่ 37 โอกาสของแมนฯซิตี้ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส ไขว้จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ แบร์นาโด ซิลวา ตวัดยิงด้วยซ้าย แต่ยังไม่ผ่าน กูร์กตัวส์ไปสู่ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 45+2 แมนฯซิตี้ เกือบขึ้นนำ เควิน เดอ บรุน เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดบอลออกมาเข้าทาง กาเบรียล เฆซุส ยิงยัดเข้าไปอีกที กองหลังเจ้าถิ่นช่วยกันเคลียร์ออกไปได้กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 50 แมนฯซิตี้เกือบได้เฮ เควิน เดอ บรุน พาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายออกทางซ้ายให้ ริยาด มาห์เรซ ลากเข้าจุดโทษก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งหลุดเสาสองไปนิดเดียวจากนั้นนาทีที่ 55 แมนฯซิตี้หวิดขึ้นนำ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส จ่ายบอลมาทางขวาให้ ริยาด มาห์เรซ จี้เข้าจุดโทษแล้วซัดด้วยขวา กูร์กตัวส์ ปัดออกไปได้ และต่อมานาทีเดียวซิตี้ได้ลุ้นอีก อิลคาย กุนโดกัน เปิดบอลโด่งเข้าจุดโทษให้ ริยาด มาห์เรซ ตะบันด้วยขวา กูร์กตัวส์ ก็ยังปัดได้อีกถึงนาทีที่ 60 เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ พาบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อิสโก กดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่ายนาทีที่ 71 เรอัล มาดริด เกือบบวกสกอร์เพิ่ม แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิสโก จ่ายเข้ากลางให้ เซร์คิโอ รามอส ซัดเน้นๆ บอลแฉลบผ่านคานถึงนาทีที่ 78 แปลงเป็น แมนฯซิตี้ ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน พาบอลป่วนในจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดมาเสาสองให้ กาเบรียล เฆซุส โหม่งเข้าไปตุงตาข่ายต่อมานาทีเดียว แมนฯซิตี้ เกือบแซงนำเมื่อ ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ กาเบรียล เฆซุส โขกผ่านคานออกไปและในนาทีที่ 83 แมนฯซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ผู้เล่นสำรองกระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายแล้วโดน ดานี คาร์บาฆาล แทงร่วงลงไป และเป็น เควิน เดอ บรุน รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพาเรือใบสีฟ้า ขึ้นนำ 2-1ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 เรอัล มาดริด สภาพการณ์แย่ลงไปอีกเมื่อ เซร์คิโอ รามอส โดนใบแดงโดยตรง หลังไปทำฟาวล์ กาเบรียล เฆซุส ในจังหวะกำลังจะหลุดเดี่ยว
จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ เรอัล มาดริด 2-1 กุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นนัดสองที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 17 มีนาคมนี้รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีมเรอัล มาดริด: ติโบ กูร์กตัวส์(GK), ดานี คาร์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี, เฟเดริโก บัลเบร์เด, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, อิสโก, วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซมาแมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, อายเมริค ลาปอร์เต, นิโคลัส โอตาเมนดี, โรดรี, แบงฌาแมง เมนดี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรุน, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ และ กาเบรียล เฆซุสบุกมายิงแซงเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปแบบสุดมัน 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกการแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 26 ก.พ. คู่ที่น่าสนใจ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดสนามซานติอาดก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดทำเนียบ 10 แข้ง “แมนยูฯ” แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร“ฮาร์กรีฟส์” ชี้เป้าแข้งที่ “แมนยูฯ” ต้องซื้อมาให้ได้หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”เปิดฉากครึ่งแรกนาทีที่ 16 เรอัล มาดริด ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน ยิงไกลเต็มข้อ บอลเหินผ่านคานจากนั้นนาทีที่ 21 แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ กาเบรียล เฆซุส ซัดด้วยขวา ติโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟออกไปได้ต่อมา 7 นาที แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นอีกรอบ เมื่อ แบงฌาแมง เมนดี เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ เควิน เดอ บรุน ปล่อยลอดขาให้ ริยาด มาร์เรซ แทงขึ้นหน้าคืนให้ เดอ บรุน ซัดด้วยขวาผ่านคานและในนาทีที่ 30 เรอัล มาดริด น่าขึ้นนำจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาที่เสาสอง คาริม เบนเซมา ขึ้นโหม่งเน้นๆ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิดถึงนาทีที่ 37 โอกาสของแมนฯซิตี้ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส ไขว้จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ แบร์นาโด ซิลวา ตวัดยิงด้วยซ้าย แต่ยังไม่ผ่าน กูร์กตัวส์ไปสู่ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 45+2 แมนฯซิตี้ เกือบขึ้นนำ เควิน เดอ บรุน เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดบอลออกมาเข้าทาง กาเบรียล เฆซุส ยิงยัดเข้าไปอีกที กองหลังเจ้าถิ่นช่วยกันเคลียร์ออกไปได้กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 50 แมนฯซิตี้เกือบได้เฮ เควิน เดอ บรุน พาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายออกทางซ้ายให้ ริยาด มาห์เรซ ลากเข้าจุดโทษก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งหลุดเสาสองไปนิดเดียวจากนั้นนาทีที่ 55 แมนฯซิตี้หวิดขึ้นนำ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส จ่ายบอลมาทางขวาให้ ริยาด มาห์เรซ จี้เข้าจุดโทษแล้วซัดด้วยขวา กูร์กตัวส์ ปัดออกไปได้ และต่อมานาทีเดียวซิตี้ได้ลุ้นอีก อิลคาย กุนโดกัน เปิดบอลโด่งเข้าจุดโทษให้ ริยาด มาห์เรซ ตะบันด้วยขวา กูร์กตัวส์ ก็ยังปัดได้อีกถึงนาทีที่ 60 เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ พาบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อิสโก กดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่ายนาทีที่ 71 เรอัล มาดริด เกือบบวกสกอร์เพิ่ม แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิสโก จ่ายเข้ากลางให้ เซร์คิโอ รามอส ซัดเน้นๆ บอลแฉลบผ่านคานถึงนาทีที่ 78 แปลงเป็น แมนฯซิตี้ ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน พาบอลป่วนในจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดมาเสาสองให้ กาเบรียล เฆซุส โหม่งเข้าไปตุงตาข่ายต่อมานาทีเดียว แมนฯซิตี้ เกือบแซงนำเมื่อ ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ กาเบรียล เฆซุส โขกผ่านคานออกไปและในนาทีที่ 83 แมนฯซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ผู้เล่นสำรองกระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายแล้วโดน ดานี คาร์บาฆาล แทงร่วงลงไป และเป็น เควิน เดอ บรุน รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพาเรือใบสีฟ้า ขึ้นนำ 2-1ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 เรอัล มาดริด สภาพการณ์แย่ลงไปอีกเมื่อ เซร์คิโอ รามอส โดนใบแดงโดยตรง หลังไปทำฟาวล์ กาเบรียล เฆซุส ในจังหวะกำลังจะหลุดเดี่ยว
จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ เรอัล มาดริด 2-1 กุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นนัดสองที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 17 มีนาคมนี้รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีมเรอัล มาดริด: ติโบ กูร์กตัวส์(GK), ดานี คาร์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี, เฟเดริโก บัลเบร์เด, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, อิสโก, วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซมาแมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, อายเมริค ลาปอร์เต, นิโคลัส โอตาเมนดี, โรดรี, แบงฌาแมง เมนดี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรุน, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ และ กาเบรียล เฆซุสบุกมายิงแซงเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปแบบสุดมัน 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกการแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 26 ก.พ. คู่ที่น่าสนใจ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดสนามซานติอาดก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดทำเนียบ 10 แข้ง “แมนยูฯ” แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร“ฮาร์กรีฟส์” ชี้เป้าแข้งที่ “แมนยูฯ” ต้องซื้อมาให้ได้หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”เปิดฉากครึ่งแรกนาทีที่ 16 เรอัล มาดริด ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน ยิงไกลเต็มข้อ บอลเหินผ่านคานจากนั้นนาทีที่ 21 แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ กาเบรียล เฆซุส ซัดด้วยขวา ติโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟออกไปได้ต่อมา 7 นาที แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นอีกรอบ เมื่อ แบงฌาแมง เมนดี เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ เควิน เดอ บรุน ปล่อยลอดขาให้ ริยาด มาร์เรซ แทงขึ้นหน้าคืนให้ เดอ บรุน ซัดด้วยขวาผ่านคานและในนาทีที่ 30 เรอัล มาดริด น่าขึ้นนำจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาที่เสาสอง คาริม เบนเซมา ขึ้นโหม่งเน้นๆ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิดถึงนาทีที่ 37 โอกาสของแมนฯซิตี้ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส ไขว้จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ แบร์นาโด ซิลวา ตวัดยิงด้วยซ้าย แต่ยังไม่ผ่าน กูร์กตัวส์ไปสู่ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 45+2 แมนฯซิตี้ เกือบขึ้นนำ เควิน เดอ บรุน เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดบอลออกมาเข้าทาง กาเบรียล เฆซุส ยิงยัดเข้าไปอีกที กองหลังเจ้าถิ่นช่วยกันเคลียร์ออกไปได้กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 50 แมนฯซิตี้เกือบได้เฮ เควิน เดอ บรุน พาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายออกทางซ้ายให้ ริยาด มาห์เรซ ลากเข้าจุดโทษก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งหลุดเสาสองไปนิดเดียวจากนั้นนาทีที่ 55 แมนฯซิตี้หวิดขึ้นนำ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส จ่ายบอลมาทางขวาให้ ริยาด มาห์เรซ จี้เข้าจุดโทษแล้วซัดด้วยขวา กูร์กตัวส์ ปัดออกไปได้ และต่อมานาทีเดียวซิตี้ได้ลุ้นอีก อิลคาย กุนโดกัน เปิดบอลโด่งเข้าจุดโทษให้ ริยาด มาห์เรซ ตะบันด้วยขวา กูร์กตัวส์ ก็ยังปัดได้อีกถึงนาทีที่ 60 เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ พาบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อิสโก กดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่ายนาทีที่ 71 เรอัล มาดริด เกือบบวกสกอร์เพิ่ม แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิสโก จ่ายเข้ากลางให้ เซร์คิโอ รามอส ซัดเน้นๆ บอลแฉลบผ่านคานถึงนาทีที่ 78 แปลงเป็น แมนฯซิตี้ ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน พาบอลป่วนในจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดมาเสาสองให้ กาเบรียล เฆซุส โหม่งเข้าไปตุงตาข่ายต่อมานาทีเดียว แมนฯซิตี้ เกือบแซงนำเมื่อ ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ กาเบรียล เฆซุส โขกผ่านคานออกไปและในนาทีที่ 83 แมนฯซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ผู้เล่นสำรองกระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายแล้วโดน ดานี คาร์บาฆาล แทงร่วงลงไป และเป็น เควิน เดอ บรุน รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพาเรือใบสีฟ้า ขึ้นนำ 2-1ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 เรอัล มาดริด สภาพการณ์แย่ลงไปอีกเมื่อ เซร์คิโอ รามอส โดนใบแดงโดยตรง หลังไปทำฟาวล์ กาเบรียล เฆซุส ในจังหวะกำลังจะหลุดเดี่ยว
จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ เรอัล มาดริด 2-1 กุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นนัดสองที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 17 มีนาคมนี้รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีมเรอัล มาดริด: ติโบ กูร์กตัวส์(GK), ดานี คาร์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี, เฟเดริโก บัลเบร์เด, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, อิสโก, วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซมาแมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, อายเมริค ลาปอร์เต, นิโคลัส โอตาเมนดี, โรดรี, แบงฌาแมง เมนดี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรุน, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ และ กาเบรียล เฆซุสบุกมายิงแซงเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปแบบสุดมัน 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกการแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 26 ก.พ. คู่ที่น่าสนใจ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดสนามซานติอาดก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดทำเนียบ 10 แข้ง “แมนยูฯ” แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร“ฮาร์กรีฟส์” ชี้เป้าแข้งที่ “แมนยูฯ” ต้องซื้อมาให้ได้หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”เปิดฉากครึ่งแรกนาทีที่ 16 เรอัล มาดริด ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน ยิงไกลเต็มข้อ บอลเหินผ่านคานจากนั้นนาทีที่ 21 แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ กาเบรียล เฆซุส ซัดด้วยขวา ติโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟออกไปได้ต่อมา 7 นาที แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นอีกรอบ เมื่อ แบงฌาแมง เมนดี เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ เควิน เดอ บรุน ปล่อยลอดขาให้ ริยาด มาร์เรซ แทงขึ้นหน้าคืนให้ เดอ บรุน ซัดด้วยขวาผ่านคานและในนาทีที่ 30 เรอัล มาดริด น่าขึ้นนำจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาที่เสาสอง คาริม เบนเซมา ขึ้นโหม่งเน้นๆ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิดถึงนาทีที่ 37 โอกาสของแมนฯซิตี้ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส ไขว้จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ แบร์นาโด ซิลวา ตวัดยิงด้วยซ้าย แต่ยังไม่ผ่าน กูร์กตัวส์ไปสู่ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 45+2 แมนฯซิตี้ เกือบขึ้นนำ เควิน เดอ บรุน เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดบอลออกมาเข้าทาง กาเบรียล เฆซุส ยิงยัดเข้าไปอีกที กองหลังเจ้าถิ่นช่วยกันเคลียร์ออกไปได้กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 50 แมนฯซิตี้เกือบได้เฮ เควิน เดอ บรุน พาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายออกทางซ้ายให้ ริยาด มาห์เรซ ลากเข้าจุดโทษก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งหลุดเสาสองไปนิดเดียวจากนั้นนาทีที่ 55 แมนฯซิตี้หวิดขึ้นนำ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส จ่ายบอลมาทางขวาให้ ริยาด มาห์เรซ จี้เข้าจุดโทษแล้วซัดด้วยขวา กูร์กตัวส์ ปัดออกไปได้ และต่อมานาทีเดียวซิตี้ได้ลุ้นอีก อิลคาย กุนโดกัน เปิดบอลโด่งเข้าจุดโทษให้ ริยาด มาห์เรซ ตะบันด้วยขวา กูร์กตัวส์ ก็ยังปัดได้อีกถึงนาทีที่ 60 เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ พาบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อิสโก กดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่ายนาทีที่ 71 เรอัล มาดริด เกือบบวกสกอร์เพิ่ม แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิสโก จ่ายเข้ากลางให้ เซร์คิโอ รามอส ซัดเน้นๆ บอลแฉลบผ่านคานถึงนาทีที่ 78 แปลงเป็น แมนฯซิตี้ ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน พาบอลป่วนในจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดมาเสาสองให้ กาเบรียล เฆซุส โหม่งเข้าไปตุงตาข่ายต่อมานาทีเดียว แมนฯซิตี้ เกือบแซงนำเมื่อ ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ กาเบรียล เฆซุส โขกผ่านคานออกไปและในนาทีที่ 83 แมนฯซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ผู้เล่นสำรองกระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายแล้วโดน ดานี คาร์บาฆาล แทงร่วงลงไป และเป็น เควิน เดอ บรุน รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพาเรือใบสีฟ้า ขึ้นนำ 2-1ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 เรอัล มาดริด สภาพการณ์แย่ลงไปอีกเมื่อ เซร์คิโอ รามอส โดนใบแดงโดยตรง หลังไปทำฟาวล์ กาเบรียล เฆซุส ในจังหวะกำลังจะหลุดเดี่ยว
จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ เรอัล มาดริด 2-1 กุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นนัดสองที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 17 มีนาคมนี้รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีมเรอัล มาดริด: ติโบ กูร์กตัวส์(GK), ดานี คาร์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี, เฟเดริโก บัลเบร์เด, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, อิสโก, วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซมาแมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, อายเมริค ลาปอร์เต, นิโคลัส โอตาเมนดี, โรดรี, แบงฌาแมง เมนดี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรุน, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ และ กาเบรียล เฆซุสบุกมายิงแซงเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปแบบสุดมัน 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกการแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 26 ก.พ. คู่ที่น่าสนใจ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดสนามซานติอาดก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดทำเนียบ 10 แข้ง “แมนยูฯ” แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร“ฮาร์กรีฟส์” ชี้เป้าแข้งที่ “แมนยูฯ” ต้องซื้อมาให้ได้หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”เปิดฉากครึ่งแรกนาทีที่ 16 เรอัล มาดริด ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน ยิงไกลเต็มข้อ บอลเหินผ่านคานจากนั้นนาทีที่ 21 แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ กาเบรียล เฆซุส ซัดด้วยขวา ติโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟออกไปได้ต่อมา 7 นาที แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นอีกรอบ เมื่อ แบงฌาแมง เมนดี เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ เควิน เดอ บรุน ปล่อยลอดขาให้ ริยาด มาร์เรซ แทงขึ้นหน้าคืนให้ เดอ บรุน ซัดด้วยขวาผ่านคานและในนาทีที่ 30 เรอัล มาดริด น่าขึ้นนำจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาที่เสาสอง คาริม เบนเซมา ขึ้นโหม่งเน้นๆ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิดถึงนาทีที่ 37 โอกาสของแมนฯซิตี้ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส ไขว้จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ แบร์นาโด ซิลวา ตวัดยิงด้วยซ้าย แต่ยังไม่ผ่าน กูร์กตัวส์ไปสู่ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 45+2 แมนฯซิตี้ เกือบขึ้นนำ เควิน เดอ บรุน เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดบอลออกมาเข้าทาง กาเบรียล เฆซุส ยิงยัดเข้าไปอีกที กองหลังเจ้าถิ่นช่วยกันเคลียร์ออกไปได้กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 50 แมนฯซิตี้เกือบได้เฮ เควิน เดอ บรุน พาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายออกทางซ้ายให้ ริยาด มาห์เรซ ลากเข้าจุดโทษก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งหลุดเสาสองไปนิดเดียวจากนั้นนาทีที่ 55 แมนฯซิตี้หวิดขึ้นนำ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส จ่ายบอลมาทางขวาให้ ริยาด มาห์เรซ จี้เข้าจุดโทษแล้วซัดด้วยขวา กูร์กตัวส์ ปัดออกไปได้ และต่อมานาทีเดียวซิตี้ได้ลุ้นอีก อิลคาย กุนโดกัน เปิดบอลโด่งเข้าจุดโทษให้ ริยาด มาห์เรซ ตะบันด้วยขวา กูร์กตัวส์ ก็ยังปัดได้อีกถึงนาทีที่ 60 เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ พาบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อิสโก กดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่ายนาทีที่ 71 เรอัล มาดริด เกือบบวกสกอร์เพิ่ม แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิสโก จ่ายเข้ากลางให้ เซร์คิโอ รามอส ซัดเน้นๆ บอลแฉลบผ่านคานถึงนาทีที่ 78 แปลงเป็น แมนฯซิตี้ ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน พาบอลป่วนในจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดมาเสาสองให้ กาเบรียล เฆซุส โหม่งเข้าไปตุงตาข่ายต่อมานาทีเดียว แมนฯซิตี้ เกือบแซงนำเมื่อ ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ กาเบรียล เฆซุส โขกผ่านคานออกไปและในนาทีที่ 83 แมนฯซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ผู้เล่นสำรองกระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายแล้วโดน ดานี คาร์บาฆาล แทงร่วงลงไป และเป็น เควิน เดอ บรุน รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพาเรือใบสีฟ้า ขึ้นนำ 2-1ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 เรอัล มาดริด สภาพการณ์แย่ลงไปอีกเมื่อ เซร์คิโอ รามอส โดนใบแดงโดยตรง หลังไปทำฟาวล์ กาเบรียล เฆซุส ในจังหวะกำลังจะหลุดเดี่ยว
จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ เรอัล มาดริด 2-1 กุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นนัดสองที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 17 มีนาคมนี้รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีมเรอัล มาดริด: ติโบ กูร์กตัวส์(GK), ดานี คาร์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี, เฟเดริโก บัลเบร์เด, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, อิสโก, วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซมาแมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, อายเมริค ลาปอร์เต, นิโคลัส โอตาเมนดี, โรดรี, แบงฌาแมง เมนดี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรุน, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ และ กาเบรียล เฆซุสบุกมายิงแซงเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปแบบสุดมัน 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกการแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 26 ก.พ. คู่ที่น่าสนใจ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดสนามซานติอาดก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดทำเนียบ 10 แข้ง “แมนยูฯ” แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร“ฮาร์กรีฟส์” ชี้เป้าแข้งที่ “แมนยูฯ” ต้องซื้อมาให้ได้หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”เปิดฉากครึ่งแรกนาทีที่ 16 เรอัล มาดริด ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน ยิงไกลเต็มข้อ บอลเหินผ่านคานจากนั้นนาทีที่ 21 แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ กาเบรียล เฆซุส ซัดด้วยขวา ติโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟออกไปได้ต่อมา 7 นาที แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นอีกรอบ เมื่อ แบงฌาแมง เมนดี เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ เควิน เดอ บรุน ปล่อยลอดขาให้ ริยาด มาร์เรซ แทงขึ้นหน้าคืนให้ เดอ บรุน ซัดด้วยขวาผ่านคานและในนาทีที่ 30 เรอัล มาดริด น่าขึ้นนำจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาที่เสาสอง คาริม เบนเซมา ขึ้นโหม่งเน้นๆ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิดถึงนาทีที่ 37 โอกาสของแมนฯซิตี้ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส ไขว้จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ แบร์นาโด ซิลวา ตวัดยิงด้วยซ้าย แต่ยังไม่ผ่าน กูร์กตัวส์ไปสู่ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 45+2 แมนฯซิตี้ เกือบขึ้นนำ เควิน เดอ บรุน เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดบอลออกมาเข้าทาง กาเบรียล เฆซุส ยิงยัดเข้าไปอีกที กองหลังเจ้าถิ่นช่วยกันเคลียร์ออกไปได้กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 50 แมนฯซิตี้เกือบได้เฮ เควิน เดอ บรุน พาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายออกทางซ้ายให้ ริยาด มาห์เรซ ลากเข้าจุดโทษก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งหลุดเสาสองไปนิดเดียวจากนั้นนาทีที่ 55 แมนฯซิตี้หวิดขึ้นนำ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส จ่ายบอลมาทางขวาให้ ริยาด มาห์เรซ จี้เข้าจุดโทษแล้วซัดด้วยขวา กูร์กตัวส์ ปัดออกไปได้ และต่อมานาทีเดียวซิตี้ได้ลุ้นอีก อิลคาย กุนโดกัน เปิดบอลโด่งเข้าจุดโทษให้ ริยาด มาห์เรซ ตะบันด้วยขวา กูร์กตัวส์ ก็ยังปัดได้อีกถึงนาทีที่ 60 เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ พาบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อิสโก กดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่ายนาทีที่ 71 เรอัล มาดริด เกือบบวกสกอร์เพิ่ม แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิสโก จ่ายเข้ากลางให้ เซร์คิโอ รามอส ซัดเน้นๆ บอลแฉลบผ่านคานถึงนาทีที่ 78 แปลงเป็น แมนฯซิตี้ ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน พาบอลป่วนในจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดมาเสาสองให้ กาเบรียล เฆซุส โหม่งเข้าไปตุงตาข่ายต่อมานาทีเดียว แมนฯซิตี้ เกือบแซงนำเมื่อ ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ กาเบรียล เฆซุส โขกผ่านคานออกไปและในนาทีที่ 83 แมนฯซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ผู้เล่นสำรองกระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายแล้วโดน ดานี คาร์บาฆาล แทงร่วงลงไป และเป็น เควิน เดอ บรุน รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพาเรือใบสีฟ้า ขึ้นนำ 2-1ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 เรอัล มาดริด สภาพการณ์แย่ลงไปอีกเมื่อ เซร์คิโอ รามอส โดนใบแดงโดยตรง หลังไปทำฟาวล์ กาเบรียล เฆซุส ในจังหวะกำลังจะหลุดเดี่ยว
จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ เรอัล มาดริด 2-1 กุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นนัดสองที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 17 มีนาคมนี้รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีมเรอัล มาดริด: ติโบ กูร์กตัวส์(GK), ดานี คาร์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี, เฟเดริโก บัลเบร์เด, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, อิสโก, วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซมาแมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, อายเมริค ลาปอร์เต, นิโคลัส โอตาเมนดี, โรดรี, แบงฌาแมง เมนดี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรุน, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ และ กาเบรียล เฆซุส

ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน ฟอร์มโหดบุกถล่ม เลชเช่ 4-1

ufa1688 ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน นาที 15 มิลาน เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลัง ฮาคาน ชาลาโนกลู เปิดคอนเนอร์มาให้ เตโอ แอร์กน็องเดซ ขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มหัวเปลี่ยนเป็นตั้งให้ โบนาเวนตูร่า วอลเลย์ด้วยขวาเสาแรก แต่บอลยังไปติดเซฟ กาเบรียล นายด่านของเลชเช่จนแล้วจนรอด เอซี มิลาน มาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 26 บอลขึ้นทางขวา ฮาคาน ชาลาโนกลู ครอสมาเสาแรกถึง ซามูเอล กาสตีเยโฆ ตั้งขาแปด้วยซ้ายเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เลชเช่ ตามหลัง เอซี มิลาน 0-1ในนาทีที่ 53 เลชเช่ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง คูม่า บาบาการ์ โดนมัตเตโอ แกบเบียกระแทกล้มลงผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น มาร์โก มันโคซู ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เจ้าบ้านไล่ตีเสมอ ปีศาจแดงดำ 1-1ทว่า เอซี มิลาน ไม่ยอมให้เสมอนานเอาคืนทันควันในอีก2นาทีต่อมา นาทีที่ 55 มาแซงขึ้นนำ 2-1 อีกรอบ จากจังหวะที่ ฮาคาน ชาลาโนกลู ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปโดน กาเบรียล เซฟออกมา แต่ดันมาเข้าทาง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า วิ่งตามซ้ำด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือเท่านั้นไม่พอ นาที 57 สกอร์ของทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็วบอลมาเข้าเท้า ฮาคาน ชาลาโนกลู แทงบอลทะลุช่องขึ้นหน้าให้ อันเต เบิช สปีดจากกลางสนามเข้าไปควบบอลก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ กาเบรียล ตุงตาข่าย
นาที 72 มิลาน มาได้ประตูหนีห่าง 4-1 บอลจาก อันเดรีย คอนติ ครอสยาวเข้าไปในกรอบให้ ราฟาเอล เลเอา ผู้เล่นสำรองโขกเข้าไปไม่เหลือ จบการแข่งขัน เลชเช่ ต้านไม่ไหวพ่ายคาบ้านให้ เอซี มิลาน 1-4ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน นาที 15 มิลาน เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลัง ฮาคาน ชาลาโนกลู เปิดคอนเนอร์มาให้ เตโอ แอร์กน็องเดซ ขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มหัวเปลี่ยนเป็นตั้งให้ โบนาเวนตูร่า วอลเลย์ด้วยขวาเสาแรก แต่บอลยังไปติดเซฟ กาเบรียล นายด่านของเลชเช่จนแล้วจนรอด เอซี มิลาน มาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 26 บอลขึ้นทางขวา ฮาคาน ชาลาโนกลู ครอสมาเสาแรกถึง ซามูเอล กาสตีเยโฆ ตั้งขาแปด้วยซ้ายเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เลชเช่ ตามหลัง เอซี มิลาน 0-1ในนาทีที่ 53 เลชเช่ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง คูม่า บาบาการ์ โดนมัตเตโอ แกบเบียกระแทกล้มลงผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น มาร์โก มันโคซู ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เจ้าบ้านไล่ตีเสมอ ปีศาจแดงดำ 1-1ทว่า เอซี มิลาน ไม่ยอมให้เสมอนานเอาคืนทันควันในอีก2นาทีต่อมา นาทีที่ 55 มาแซงขึ้นนำ 2-1 อีกรอบ จากจังหวะที่ ฮาคาน ชาลาโนกลู ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปโดน กาเบรียล เซฟออกมา แต่ดันมาเข้าทาง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า วิ่งตามซ้ำด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือเท่านั้นไม่พอ นาที 57 สกอร์ของทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็วบอลมาเข้าเท้า ฮาคาน ชาลาโนกลู แทงบอลทะลุช่องขึ้นหน้าให้ อันเต เบิช สปีดจากกลางสนามเข้าไปควบบอลก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ กาเบรียล ตุงตาข่ายนาที 72 มิลาน มาได้ประตูหนีห่าง 4-1 บอลจาก อันเดรีย คอนติ ครอสยาวเข้าไปในกรอบให้ ราฟาเอล เลเอา ผู้เล่นสำรองโขกเข้าไปไม่เหลือ จบการแข่งขัน เลชเช่ ต้านไม่ไหวพ่ายคาบ้านให้ เอซี มิลาน 1-4ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน นาที 15 มิลาน เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลัง ฮาคาน ชาลาโนกลู เปิดคอนเนอร์มาให้ เตโอ แอร์กน็องเดซ ขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มหัวเปลี่ยนเป็นตั้งให้ โบนาเวนตูร่า วอลเลย์ด้วยขวาเสาแรก แต่บอลยังไปติดเซฟ กาเบรียล นายด่านของเลชเช่จนแล้วจนรอด เอซี มิลาน มาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 26 บอลขึ้นทางขวา ฮาคาน ชาลาโนกลู ครอสมาเสาแรกถึง ซามูเอล กาสตีเยโฆ ตั้งขาแปด้วยซ้ายเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เลชเช่ ตามหลัง เอซี มิลาน 0-1ในนาทีที่ 53 เลชเช่ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง คูม่า บาบาการ์ โดนมัตเตโอ แกบเบียกระแทกล้มลงผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น มาร์โก มันโคซู ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เจ้าบ้านไล่ตีเสมอ ปีศาจแดงดำ 1-1
ทว่า เอซี มิลาน ไม่ยอมให้เสมอนานเอาคืนทันควันในอีก2นาทีต่อมา นาทีที่ 55 มาแซงขึ้นนำ 2-1 อีกรอบ จากจังหวะที่ ฮาคาน ชาลาโนกลู ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปโดน กาเบรียล เซฟออกมา แต่ดันมาเข้าทาง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า วิ่งตามซ้ำด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือ
เท่านั้นไม่พอ นาที 57 สกอร์ของทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็วบอลมาเข้าเท้า ฮาคาน ชาลาโนกลู แทงบอลทะลุช่องขึ้นหน้าให้ อันเต เบิช สปีดจากกลางสนามเข้าไปควบบอลก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ กาเบรียล ตุงตาข่าย
นาที 72 มิลาน มาได้ประตูหนีห่าง 4-1 บอลจาก อันเดรีย คอนติ ครอสยาวเข้าไปในกรอบให้ ราฟาเอล เลเอา ผู้เล่นสำรองโขกเข้าไปไม่เหลือ จบการแข่งขัน เลชเช่ ต้านไม่ไหวพ่ายคาบ้านให้ เอซี มิลาน 1-4ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน นาที 15 มิลาน เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลัง ฮาคาน ชาลาโนกลู เปิดคอนเนอร์มาให้ เตโอ แอร์กน็องเดซ ขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มหัวเปลี่ยนเป็นตั้งให้ โบนาเวนตูร่า วอลเลย์ด้วยขวาเสาแรก แต่บอลยังไปติดเซฟ กาเบรียล นายด่านของเลชเช่จนแล้วจนรอด เอซี มิลาน มาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 26 บอลขึ้นทางขวา ฮาคาน ชาลาโนกลู ครอสมาเสาแรกถึง ซามูเอล กาสตีเยโฆ ตั้งขาแปด้วยซ้ายเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เลชเช่ ตามหลัง เอซี มิลาน 0-1ในนาทีที่ 53 เลชเช่ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง คูม่า บาบาการ์ โดนมัตเตโอ แกบเบียกระแทกล้มลงผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น มาร์โก มันโคซู ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เจ้าบ้านไล่ตีเสมอ ปีศาจแดงดำ 1-1ทว่า เอซี มิลาน ไม่ยอมให้เสมอนานเอาคืนทันควันในอีก2นาทีต่อมา นาทีที่ 55 มาแซงขึ้นนำ 2-1 อีกรอบ จากจังหวะที่ ฮาคาน ชาลาโนกลู ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปโดน กาเบรียล เซฟออกมา แต่ดันมาเข้าทาง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า วิ่งตามซ้ำด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือเท่านั้นไม่พอ นาที 57 สกอร์ของทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็วบอลมาเข้าเท้า ฮาคาน ชาลาโนกลู แทงบอลทะลุช่องขึ้นหน้าให้ อันเต เบิช สปีดจากกลางสนามเข้าไปควบบอลก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ กาเบรียล ตุงตาข่ายนาที 72 มิลาน มาได้ประตูหนีห่าง 4-1 บอลจาก อันเดรีย คอนติ ครอสยาวเข้าไปในกรอบให้ ราฟาเอล เลเอา ผู้เล่นสำรองโขกเข้าไปไม่เหลือ จบการแข่งขัน เลชเช่ ต้านไม่ไหวพ่ายคาบ้านให้ เอซี มิลาน 1-4ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน นาที 15 มิลาน เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลัง ฮาคาน ชาลาโนกลู เปิดคอนเนอร์มาให้ เตโอ แอร์กน็องเดซ ขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มหัวเปลี่ยนเป็นตั้งให้ โบนาเวนตูร่า วอลเลย์ด้วยขวาเสาแรก แต่บอลยังไปติดเซฟ กาเบรียล นายด่านของเลชเช่จนแล้วจนรอด เอซี มิลาน มาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 26 บอลขึ้นทางขวา ฮาคาน ชาลาโนกลู ครอสมาเสาแรกถึง ซามูเอล กาสตีเยโฆ ตั้งขาแปด้วยซ้ายเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เลชเช่ ตามหลัง เอซี มิลาน 0-1ในนาทีที่ 53 เลชเช่ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง คูม่า บาบาการ์ โดนมัตเตโอ แกบเบียกระแทกล้มลงผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น มาร์โก มันโคซู ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เจ้าบ้านไล่ตีเสมอ ปีศาจแดงดำ 1-1
ทว่า เอซี มิลาน ไม่ยอมให้เสมอนานเอาคืนทันควันในอีก2นาทีต่อมา นาทีที่ 55 มาแซงขึ้นนำ 2-1 อีกรอบ จากจังหวะที่ ฮาคาน ชาลาโนกลู ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปโดน กาเบรียล เซฟออกมา แต่ดันมาเข้าทาง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า วิ่งตามซ้ำด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือ
เท่านั้นไม่พอ นาที 57 สกอร์ของทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็วบอลมาเข้าเท้า ฮาคาน ชาลาโนกลู แทงบอลทะลุช่องขึ้นหน้าให้ อันเต เบิช สปีดจากกลางสนามเข้าไปควบบอลก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ กาเบรียล ตุงตาข่าย
นาที 72 มิลาน มาได้ประตูหนีห่าง 4-1 บอลจาก อันเดรีย คอนติ ครอสยาวเข้าไปในกรอบให้ ราฟาเอล เลเอา ผู้เล่นสำรองโขกเข้าไปไม่เหลือ จบการแข่งขัน เลชเช่ ต้านไม่ไหวพ่ายคาบ้านให้ เอซี มิลาน 1-4ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน นาที 15 มิลาน เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลัง ฮาคาน ชาลาโนกลู เปิดคอนเนอร์มาให้ เตโอ แอร์กน็องเดซ ขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มหัวเปลี่ยนเป็นตั้งให้ โบนาเวนตูร่า วอลเลย์ด้วยขวาเสาแรก แต่บอลยังไปติดเซฟ กาเบรียล นายด่านของเลชเช่จนแล้วจนรอด เอซี มิลาน มาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 26 บอลขึ้นทางขวา ฮาคาน ชาลาโนกลู ครอสมาเสาแรกถึง ซามูเอล กาสตีเยโฆ ตั้งขาแปด้วยซ้ายเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เลชเช่ ตามหลัง เอซี มิลาน 0-1ในนาทีที่ 53 เลชเช่ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง คูม่า บาบาการ์ โดนมัตเตโอ แกบเบียกระแทกล้มลงผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น มาร์โก มันโคซู ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เจ้าบ้านไล่ตีเสมอ ปีศาจแดงดำ 1-1ทว่า เอซี มิลาน ไม่ยอมให้เสมอนานเอาคืนทันควันในอีก2นาทีต่อมา นาทีที่ 55 มาแซงขึ้นนำ 2-1 อีกรอบ จากจังหวะที่ ฮาคาน ชาลาโนกลู ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปโดน กาเบรียล เซฟออกมา แต่ดันมาเข้าทาง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า วิ่งตามซ้ำด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือเท่านั้นไม่พอ นาที 57 สกอร์ของทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็วบอลมาเข้าเท้า ฮาคาน ชาลาโนกลู แทงบอลทะลุช่องขึ้นหน้าให้ อันเต เบิช สปีดจากกลางสนามเข้าไปควบบอลก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ กาเบรียล ตุงตาข่ายนาที 72 มิลาน มาได้ประตูหนีห่าง 4-1 บอลจาก อันเดรีย คอนติ ครอสยาวเข้าไปในกรอบให้ ราฟาเอล เลเอา ผู้เล่นสำรองโขกเข้าไปไม่เหลือ จบการแข่งขัน เลชเช่ ต้านไม่ไหวพ่ายคาบ้านให้ เอซี มิลาน 1-4ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน นาที 15 มิลาน เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลัง ฮาคาน ชาลาโนกลู เปิดคอนเนอร์มาให้ เตโอ แอร์กน็องเดซ ขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มหัวเปลี่ยนเป็นตั้งให้ โบนาเวนตูร่า วอลเลย์ด้วยขวาเสาแรก แต่บอลยังไปติดเซฟ กาเบรียล นายด่านของเลชเช่จนแล้วจนรอด เอซี มิลาน มาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 26 บอลขึ้นทางขวา ฮาคาน ชาลาโนกลู ครอสมาเสาแรกถึง ซามูเอล กาสตีเยโฆ ตั้งขาแปด้วยซ้ายเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เลชเช่ ตามหลัง เอซี มิลาน 0-1ในนาทีที่ 53 เลชเช่ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง คูม่า บาบาการ์ โดนมัตเตโอ แกบเบียกระแทกล้มลงผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น มาร์โก มันโคซู ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เจ้าบ้านไล่ตีเสมอ ปีศาจแดงดำ 1-1
ทว่า เอซี มิลาน ไม่ยอมให้เสมอนานเอาคืนทันควันในอีก2นาทีต่อมา นาทีที่ 55 มาแซงขึ้นนำ 2-1 อีกรอบ จากจังหวะที่ ฮาคาน ชาลาโนกลู ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปโดน กาเบรียล เซฟออกมา แต่ดันมาเข้าทาง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า วิ่งตามซ้ำด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือ
เท่านั้นไม่พอ นาที 57 สกอร์ของทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็วบอลมาเข้าเท้า ฮาคาน ชาลาโนกลู แทงบอลทะลุช่องขึ้นหน้าให้ อันเต เบิช สปีดจากกลางสนามเข้าไปควบบอลก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ กาเบรียล ตุงตาข่าย
นาที 72 มิลาน มาได้ประตูหนีห่าง 4-1 บอลจาก อันเดรีย คอนติ ครอสยาวเข้าไปในกรอบให้ ราฟาเอล เลเอา ผู้เล่นสำรองโขกเข้าไปไม่เหลือ จบการแข่งขัน เลชเช่ ต้านไม่ไหวพ่ายคาบ้านให้ เอซี มิลาน 1-4

ปืนหมดลุ้น แพ้ทีมหนีตกชั้น

การบุกไปแพ้ทีมหนีตกชั้นอย่าง แอสตัน วิลล่า 1-0 เมื่อคืนวันอังคาร ทำให้เป็นที่แน่นอน 100% แล้วว่าบ้านผลบอลพรุ่งนี้ ไอ้ปืนใหญ่ จะมีอันดับใน Premier League ต่ำกว่าคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ไก่เดือยทอง เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ มิเกล อาร์เตต้า ผลบอลเมื่อคืนทุกลีกจะไม่มีทางนำทีมปืนใหญ่ทำอันดับใน Premier League ฤดูกาลนี้ได้สูงกว่าอันดับ 8 อีก เพราะตามหลังอันดับ 7 อย่าง ท็อตแนมฯ ถึง 4 คะแนน และเหลือ Program อีกแค่นัดเดียว
ตารางคะแนนล่าสุด เดอะบ้านผลบอลพรุ่งนี้ กันเนอร์ส ร่วงลงไปอยู่อันดับ 10 ซึ่งถ้าพวกเขาจะจบซีซั่นนี้ได้ด้วยอันดับเลขตัวเดียว ก็ต้องลุ้นให้ทีมอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หรือ เบิร์นลี่ย์ อย่างน้อยทีมใดทีมหนึ่ง มีผลการแข่งขันที่แย่กว่าพวกเขาในเกมสุดท้ายเท่านั้น
เท่ากับว่านี่คือฤดูกาลที่ ไอ้ปืนใหญ่ ผลงานในลีกแย่ที่สุดในรอบ 25 ปี หลังจากครั้งสุดท้ายที่ห่วยแตกกว่านี้ คือซีซั่น 1994-95 ที่ทำได้แค่อันดับ 12
แล้วถ้าหากบ้านผลบอลพรุ่งนี้ทีมปืนใหญ่ไม่สามารถเอาชนะChelseaได้ในเกมนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ นั่นจะทำให้พวกเขาพลาดโควตาฟุตบอลยุโรปเป็นผลบอลเมื่อคืนทุกลีกครั้งแรกในรอบ 24 ปีเลยทีเดียว
เพราะตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมา พวกเขาไม่เคยจบฤดูกาลต่ำกว่าอันดับ 6 เลยสักครั้ง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ไอ้ปืนใหญ่ คงการันตีการได้ไปเล่น ยูโรปา ลีก จากการผ่านเข้าชิง เอฟเอ คัพ ไปแล้ว
แต่ว่านับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา บ้านผลบอลพรุ่งนี้สมาคมฟุตบอล England ยกเลิกการมอบโควตาฟุตบอลยุโรปให้กับรองแชมป์บอลถ้วย ทำให้ ฮัลล์ ซิตี้ (รองแชมป์ เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2013-14) คือทีมสุดท้ายจากแดนผู้ดีที่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรป ทั้งที่จบฤดูกาลต่ำกว่าที่ 7 และไม่มีแชมป์ติดมือ
ขณะนี้ Premier League ได้ 7 ผลบอลเมื่อคืนทุกลีกทีมที่การันตีว่าจะจบฤดูกาลในอันดับ Top 7 ครบแล้ว ได้แก่ หงส์แดงลิเวอร์พูล, เรือฝบสีฟ้า, เชลซี, เลสเตอร์, Manchester United, วูล์ฟส์ และ ท็อตแนมฯ
ซึ่งถ้าหาก ไอ้ปืนใหญ่ คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ไม่สำเร็จ 7 ทีมที่ว่ามา จะเป็นพาร์ทเนอร์ของ England สู้ศึกฟุตบอลยุโรปซีซั่นหน้า
หงส์แดงลิเวอร์พูล ได้โควตาไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนใครเพื่อน จากการคว้าแชมป์ Premier League ไปครองได้อย่างรวดเร็ว
เรือใบสีฟ้าบ้านผลบอลพรุ่งนี้ ที่การันตีการเป็นรองแชมป์ ก็ได้โควตา UCL แล้วเช่นกัน หลังจากที่ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา (ซีเอเอส) ตัดสินใจยกเลิกโทษแบนห้ามแข่งบอลยุโรปจาก UEFA เพราะมีหลักฐานเอาผิดไม่หนักแน่นพอผลบอลเมื่อคืนทุกลีก แถมช่วงเวลาโดยมากในคดีก็หมดอายุความไปแล้ว เหลือแค่โทษปรับเงิน 10 ล้านยูโร จากความผิดที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับ UEFA ในการสอบสวนเท่านั้น
โควตาไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฐานะทีมที่จบฤดูกาลด้วยอันดับท็อปโฟร์จึงเหลืออีกเพียง 2 ที่ และอย่างที่รู้กันว่ามันเป็นการต่อสู้ระหว่าง เชลซี, เลสเตอร์ ซิตี้ และ ปีศาจแดง เพียง 3 ทีม
Manchester United ยังมีลุ้นไปเล่น UCL อีกทางบ้านผลบอลพรุ่งนี้ ผ่านการคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก ผลบอลเมื่อคืนทุกลีกเช่นเดียวกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส
ซึ่งถ้าหากทีมหมาป่า หรือเรดเดวิ้ว คว้าแชมป์ยูโรปาได้จริงๆ ทั้งที่อันดับในลีกไม่ติดท็อปโฟร์ ทีมจาก England ที่เข้าแข่ง แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มฤดูกาลหน้า จะมีถึง 5 ทีมเลยทีเดียว
แต่ถ้าหากเกิดกรณีที่ Manchester United คว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก โดยที่ติดท็อปโฟร์ Premier League ได้ด้วย ทีมอันดับ 5 จะไม่ได้โควตาแทนแต่อย่างใด
แต่ทีมอันดับ 3 ลีกบ้านผลบอลพรุ่งนี้ เอิง อย่าง แรนส์ ต่างหาก ที่จะขยับขึ้นมาเข้ารอบแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยอัตโนมัติแทน ส่วนรองแชมป์ลีกเนเธอร์แลนด์ และตุรกี จะถูกดันขึ้นมาเป็นทีมวางในรอบคัดเลือกรอบ 3 แทนสโมสรจากฝรั่งเศส

เหตุที่แมนซิ ฟอร์มตก

หลักฐานที่กล่าวว่าปัญหาเกมรับของ Manchester City จะเห็นได้ชัดมากตอนเจอคู่แข่งเขี้ยวๆ ก็คือ 7 จาก 9 นัดที่พวกเขาแพ้ในลีกซีซั่นล่าสุด คือความปราชัยต่อทีมที่อยู่ 7 เริ่มแรกของตาราง
ทั้ง 7 นัดที่ว่า เรือใบสีฟ้าโดนยิงทีเด็ดบอลวันนี้ไม่น้อยกว่า 2 ลูกในหนึ่งเกม และมักเสียประตูในลักษณะของการป้องกันบ้านผลบอลพรุ่งนี้ที่หละหลวม ไม่ก็ความผิดพลาดส่วนตัวจาก “ความไม่นิ่ง” ของตัวเองเป็นประจำ
ซึ่งเรื่องนั้นมันมีส่วนสำคัญมาจากการขาดเซนเตอร์แบ็กอาชีพที่ไว้ใจได้นั่นแหละ
มิดฟิลด์ตัวรับอย่างทีเด็ดบอลวันนี้ แฟร์นันดินโญ่ อาจทำผลงานน่าพอใจ กับบทบาทเซนเตอร์แบ็กจำเป็น (ที่ได้ลงบ่อยกว่าคนที่เป็นเซนเตอร์จริงๆ เสียอีก)
แต่ส่วนมากแล้ว ดาวเตะจอมเก๋าชาวบราซิเลียนไม่ค่อยเจอความกดดันอะไรในเกมรับมากนัก เพราะแทบทุกเกม ทีมมักครองบอลเอาไว้ได้แทบจะฝ่ายเดียวอยู่ตลอด
แต่ถ้าหากถึงคราวที่เจอบททดสอบจริงๆ จังๆ ตัวรับวัย 35 ปีไม่ได้มีสกิลป้องกันที่ดีมากนัก ขณะที่คู่ขาอย่าง นิโกลัส ทีเด็ดบอลวันนี้โอตาเมนดี้ หรือ จอห์น สโตนส์ ฟอร์มไว้ใจไม่ได้ตลอดทั้งฤดูกาล
หลังจากที่ โอตาเมนดี้ และ สโตนส์ พร้อมใจกันออกทะเลในเกมลุกแพ้ นอริช ซิตี้ 3-2 ทำให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่ไว้ใจให้คู่นี้ลงพร้อมกันอีกอย่างเห็นได้ชัด หลักฐานก็คือหลังต่อไปจนจบซีซั่น มีแค่นัดเปิดบ้านเฉือน บอร์นมัธ 2-1 อีกเกมเดียวเท่านั้น ที่ได้ลงคู่กัน
ความเปราะบางของบ้านผลบอลพรุ่งนี้ตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก กลายเป็นช่องโหว่ให้คู่แข่งโจมตีได้ง่ายขึ้น เช่นในเกมที่ หงส์แดง เปิดแอนฟิลด์เอาชนะ ซิตี้ ไป 3-1 หงส์แดงผู้ที่ยิงประตูคือการครอสเข้าไปในเขตโทษถึง 2 ลูก
การมีพื้นที่เหลือเฟือของ อดาม่า ตราโอเร่ ที่เล่นงานทีมเรือใบสีฟ้า ในจังหวะโต้กลับถึง 2 หนในวันที่ วูล์ฟแฮมป์ตัน บุกชนะถึง เอติฮัด สเตเดี้ยม 2-0 ก็มาจากความไม่เข้าใจกัน และไม่นิ่งพอของคู่เซนเตอร์อีกนั่นแหละ
เรายังได้เห็นความผิดพลาดง่ายๆ จนนำไปสู่การเสียประตูโดยตรงอีกหลายครั้ง ทีเด็ดบอลวันนี้ทั้งในเกมลุกแพ้ทีมหมาป่า 3-2, ออกไปโดน แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อัด 2-0 และบุกพ่ายเชลซี 2-1
แต่อย่างที่ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ตั้งข้อสงสัยเอาไว้ นั่นก็คือ นาธาน อาเก้ อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะแก้ปัญหาให้แผงหลังของ เรือใบสีฟ้า ได้อย่างแท้จริง
เพราะถ้าหากไม่ดวงแตกจริงๆ บ้านผลบอลพรุ่งนี้เชื่อว่า อายเมอริค ลาป๊อร์กต์ คงจะยึดตำแหน่งเซนเตอร์ตัวหลักอีกครั้งตลอดฤดูกาลหน้า
ส่วนตัวผมคิดว่า ประเด็นสำคัญก็คือ ถ้าหาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เจอปัญหาที่ ลาป๊อร์กต์ ต้องหายหน้าจากทีมไปอีกล่ะ เขาจะรับมือมันยังไง? เพราะทีมไม่มีเซนเตอร์ถนัดเท้าซ้ายที่ดีๆ อีกเลย
เพราะฉะนั้น การมี บ้านผลบอลพรุ่งนี้อาเก้ เข้ามาเสริม จะช่วยรองรับสถานการณ์ที่อดีตดาวเตะ แอธเลติก บิลเบา ไม่พร้อมช่วยทีมเอาไว้ได้ โดยโมเมนตัมไม่เสียไปมากนัก
จุดแข็งของ อาเก้ อยู่ที่ความแน่นอน โดย Stats ระบุว่าตลอดการลงสนามใน Premier League ทั้งหมด 146 นัด เขายังไม่เคยทำเข้าประตูตัวเอง และไม่เคยก่อความผิดพลาดโดยตรงจนเสียประตู (Errors leading to goal) เลยแม้แต่ลูกเดียว
การผ่านบอลจากแดนหลังอันแม่นยำคือจุดขาย ซึ่งเป็นสไตล์กองหลังที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ชื่นชอบอยู่แล้ว
Stats บอกว่า ฤดูกาลนี้ อาเก้ ผ่านบอลเข้าเป้าถึง 87.6% จากทั้งหมด 1,210 ครั้ง นับเป็นกองหลังที่จ่ายบอลแม่นยำสูงเป็นอันดับที่ 16 ของ Premier League ฤดูกาล 2019-20
กองหลังชาวดัตช์ยังมีประวัติการลงสนามที่แสดงให้เห็นถึงการรักษาความฟิตได้เป็นอย่างดี เพราะนับตั้งแต่ฤดูกาลทีเด็ดบอลวันนี้ 2017-18 ที่ย้ายเข้าสู่ บอร์นมัธ แบบถาวร เขาลงเล่นครบ 38 นัดตลอด 2 ปีแรก
จนกระทั่งซีซั่นนี้นี่แหละ ที่ อาเก้ มีช่วงเจ็บแฮมสตริงรบกวน จนต้องหายหน้าจากทีมไป 9 เกม และเป็นเหตุให้ทีมเสียคะแนนเยอะจนตกชั้น
แต่ถ้าหากไม่เจ็บไม่แบน เขาจะการันตีตำแหน่งตัวจริงในทีมของ เอ็ดดี้ ฮาว อย่างแน่นอน