“แมนฯซิตี้” บุกเชือด “เรอัล มาดริด” 10 คน คาบ้าน 2-1 ยกแรก 16 ทีม ชปล.

เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมายิงแซงเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปแบบสุดมัน 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกการแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 26 ก.พ. คู่ที่น่าสนใจ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดสนามซานติอาดก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดทำเนียบ 10 แข้ง “แมนยูฯ” แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร“ฮาร์กรีฟส์” ชี้เป้าแข้งที่ “แมนยูฯ” ต้องซื้อมาให้ได้หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”เปิดฉากครึ่งแรกนาทีที่ 16 เรอัล มาดริด ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน ยิงไกลเต็มข้อ บอลเหินผ่านคานจากนั้นนาทีที่ 21 แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ กาเบรียล เฆซุส ซัดด้วยขวา ติโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟออกไปได้ต่อมา 7 นาที แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นอีกรอบ เมื่อ แบงฌาแมง เมนดี เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ เควิน เดอ บรุน ปล่อยลอดขาให้ ริยาด มาร์เรซ แทงขึ้นหน้าคืนให้ เดอ บรุน ซัดด้วยขวาผ่านคานและในนาทีที่ 30 เรอัล มาดริด น่าขึ้นนำจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาที่เสาสอง คาริม เบนเซมา ขึ้นโหม่งเน้นๆ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิดถึงนาทีที่ 37 โอกาสของแมนฯซิตี้ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส ไขว้จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ แบร์นาโด ซิลวา ตวัดยิงด้วยซ้าย แต่ยังไม่ผ่าน กูร์กตัวส์ไปสู่ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 45+2 แมนฯซิตี้ เกือบขึ้นนำ เควิน เดอ บรุน เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดบอลออกมาเข้าทาง กาเบรียล เฆซุส ยิงยัดเข้าไปอีกที กองหลังเจ้าถิ่นช่วยกันเคลียร์ออกไปได้กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 50 แมนฯซิตี้เกือบได้เฮ เควิน เดอ บรุน พาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายออกทางซ้ายให้ ริยาด มาห์เรซ ลากเข้าจุดโทษก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งหลุดเสาสองไปนิดเดียวจากนั้นนาทีที่ 55 แมนฯซิตี้หวิดขึ้นนำ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส จ่ายบอลมาทางขวาให้ ริยาด มาห์เรซ จี้เข้าจุดโทษแล้วซัดด้วยขวา กูร์กตัวส์ ปัดออกไปได้ และต่อมานาทีเดียวซิตี้ได้ลุ้นอีก อิลคาย กุนโดกัน เปิดบอลโด่งเข้าจุดโทษให้ ริยาด มาห์เรซ ตะบันด้วยขวา กูร์กตัวส์ ก็ยังปัดได้อีกถึงนาทีที่ 60 เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ พาบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อิสโก กดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่ายนาทีที่ 71 เรอัล มาดริด เกือบบวกสกอร์เพิ่ม แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิสโก จ่ายเข้ากลางให้ เซร์คิโอ รามอส ซัดเน้นๆ บอลแฉลบผ่านคานถึงนาทีที่ 78 แปลงเป็น แมนฯซิตี้ ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน พาบอลป่วนในจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดมาเสาสองให้ กาเบรียล เฆซุส โหม่งเข้าไปตุงตาข่ายต่อมานาทีเดียว แมนฯซิตี้ เกือบแซงนำเมื่อ ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ กาเบรียล เฆซุส โขกผ่านคานออกไปและในนาทีที่ 83 แมนฯซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ผู้เล่นสำรองกระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายแล้วโดน ดานี คาร์บาฆาล แทงร่วงลงไป และเป็น เควิน เดอ บรุน รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพาเรือใบสีฟ้า ขึ้นนำ 2-1ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 เรอัล มาดริด สภาพการณ์แย่ลงไปอีกเมื่อ เซร์คิโอ รามอส โดนใบแดงโดยตรง หลังไปทำฟาวล์ กาเบรียล เฆซุส ในจังหวะกำลังจะหลุดเดี่ยว
จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ เรอัล มาดริด 2-1 กุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นนัดสองที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 17 มีนาคมนี้รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีมเรอัล มาดริด: ติโบ กูร์กตัวส์(GK), ดานี คาร์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี, เฟเดริโก บัลเบร์เด, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, อิสโก, วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซมาแมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, อายเมริค ลาปอร์เต, นิโคลัส โอตาเมนดี, โรดรี, แบงฌาแมง เมนดี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรุน, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ และ กาเบรียล เฆซุสบุกมายิงแซงเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปแบบสุดมัน 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกการแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 26 ก.พ. คู่ที่น่าสนใจ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดสนามซานติอาดก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดทำเนียบ 10 แข้ง “แมนยูฯ” แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร“ฮาร์กรีฟส์” ชี้เป้าแข้งที่ “แมนยูฯ” ต้องซื้อมาให้ได้หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”เปิดฉากครึ่งแรกนาทีที่ 16 เรอัล มาดริด ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน ยิงไกลเต็มข้อ บอลเหินผ่านคานจากนั้นนาทีที่ 21 แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ กาเบรียล เฆซุส ซัดด้วยขวา ติโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟออกไปได้ต่อมา 7 นาที แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นอีกรอบ เมื่อ แบงฌาแมง เมนดี เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ เควิน เดอ บรุน ปล่อยลอดขาให้ ริยาด มาร์เรซ แทงขึ้นหน้าคืนให้ เดอ บรุน ซัดด้วยขวาผ่านคานและในนาทีที่ 30 เรอัล มาดริด น่าขึ้นนำจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาที่เสาสอง คาริม เบนเซมา ขึ้นโหม่งเน้นๆ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิดถึงนาทีที่ 37 โอกาสของแมนฯซิตี้ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส ไขว้จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ แบร์นาโด ซิลวา ตวัดยิงด้วยซ้าย แต่ยังไม่ผ่าน กูร์กตัวส์ไปสู่ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 45+2 แมนฯซิตี้ เกือบขึ้นนำ เควิน เดอ บรุน เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดบอลออกมาเข้าทาง กาเบรียล เฆซุส ยิงยัดเข้าไปอีกที กองหลังเจ้าถิ่นช่วยกันเคลียร์ออกไปได้กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 50 แมนฯซิตี้เกือบได้เฮ เควิน เดอ บรุน พาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายออกทางซ้ายให้ ริยาด มาห์เรซ ลากเข้าจุดโทษก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งหลุดเสาสองไปนิดเดียวจากนั้นนาทีที่ 55 แมนฯซิตี้หวิดขึ้นนำ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส จ่ายบอลมาทางขวาให้ ริยาด มาห์เรซ จี้เข้าจุดโทษแล้วซัดด้วยขวา กูร์กตัวส์ ปัดออกไปได้ และต่อมานาทีเดียวซิตี้ได้ลุ้นอีก อิลคาย กุนโดกัน เปิดบอลโด่งเข้าจุดโทษให้ ริยาด มาห์เรซ ตะบันด้วยขวา กูร์กตัวส์ ก็ยังปัดได้อีกถึงนาทีที่ 60 เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ พาบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อิสโก กดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่ายนาทีที่ 71 เรอัล มาดริด เกือบบวกสกอร์เพิ่ม แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิสโก จ่ายเข้ากลางให้ เซร์คิโอ รามอส ซัดเน้นๆ บอลแฉลบผ่านคานถึงนาทีที่ 78 แปลงเป็น แมนฯซิตี้ ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน พาบอลป่วนในจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดมาเสาสองให้ กาเบรียล เฆซุส โหม่งเข้าไปตุงตาข่ายต่อมานาทีเดียว แมนฯซิตี้ เกือบแซงนำเมื่อ ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ กาเบรียล เฆซุส โขกผ่านคานออกไปและในนาทีที่ 83 แมนฯซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ผู้เล่นสำรองกระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายแล้วโดน ดานี คาร์บาฆาล แทงร่วงลงไป และเป็น เควิน เดอ บรุน รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพาเรือใบสีฟ้า ขึ้นนำ 2-1ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 เรอัล มาดริด สภาพการณ์แย่ลงไปอีกเมื่อ เซร์คิโอ รามอส โดนใบแดงโดยตรง หลังไปทำฟาวล์ กาเบรียล เฆซุส ในจังหวะกำลังจะหลุดเดี่ยว
จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ เรอัล มาดริด 2-1 กุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นนัดสองที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 17 มีนาคมนี้รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีมเรอัล มาดริด: ติโบ กูร์กตัวส์(GK), ดานี คาร์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี, เฟเดริโก บัลเบร์เด, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, อิสโก, วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซมาแมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, อายเมริค ลาปอร์เต, นิโคลัส โอตาเมนดี, โรดรี, แบงฌาแมง เมนดี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรุน, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ และ กาเบรียล เฆซุสบุกมายิงแซงเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปแบบสุดมัน 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกการแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 26 ก.พ. คู่ที่น่าสนใจ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดสนามซานติอาดก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดทำเนียบ 10 แข้ง “แมนยูฯ” แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร“ฮาร์กรีฟส์” ชี้เป้าแข้งที่ “แมนยูฯ” ต้องซื้อมาให้ได้หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”เปิดฉากครึ่งแรกนาทีที่ 16 เรอัล มาดริด ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน ยิงไกลเต็มข้อ บอลเหินผ่านคานจากนั้นนาทีที่ 21 แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ กาเบรียล เฆซุส ซัดด้วยขวา ติโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟออกไปได้ต่อมา 7 นาที แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นอีกรอบ เมื่อ แบงฌาแมง เมนดี เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ เควิน เดอ บรุน ปล่อยลอดขาให้ ริยาด มาร์เรซ แทงขึ้นหน้าคืนให้ เดอ บรุน ซัดด้วยขวาผ่านคานและในนาทีที่ 30 เรอัล มาดริด น่าขึ้นนำจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาที่เสาสอง คาริม เบนเซมา ขึ้นโหม่งเน้นๆ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิดถึงนาทีที่ 37 โอกาสของแมนฯซิตี้ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส ไขว้จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ แบร์นาโด ซิลวา ตวัดยิงด้วยซ้าย แต่ยังไม่ผ่าน กูร์กตัวส์ไปสู่ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 45+2 แมนฯซิตี้ เกือบขึ้นนำ เควิน เดอ บรุน เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดบอลออกมาเข้าทาง กาเบรียล เฆซุส ยิงยัดเข้าไปอีกที กองหลังเจ้าถิ่นช่วยกันเคลียร์ออกไปได้กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 50 แมนฯซิตี้เกือบได้เฮ เควิน เดอ บรุน พาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายออกทางซ้ายให้ ริยาด มาห์เรซ ลากเข้าจุดโทษก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งหลุดเสาสองไปนิดเดียวจากนั้นนาทีที่ 55 แมนฯซิตี้หวิดขึ้นนำ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส จ่ายบอลมาทางขวาให้ ริยาด มาห์เรซ จี้เข้าจุดโทษแล้วซัดด้วยขวา กูร์กตัวส์ ปัดออกไปได้ และต่อมานาทีเดียวซิตี้ได้ลุ้นอีก อิลคาย กุนโดกัน เปิดบอลโด่งเข้าจุดโทษให้ ริยาด มาห์เรซ ตะบันด้วยขวา กูร์กตัวส์ ก็ยังปัดได้อีกถึงนาทีที่ 60 เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ พาบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อิสโก กดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่ายนาทีที่ 71 เรอัล มาดริด เกือบบวกสกอร์เพิ่ม แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิสโก จ่ายเข้ากลางให้ เซร์คิโอ รามอส ซัดเน้นๆ บอลแฉลบผ่านคานถึงนาทีที่ 78 แปลงเป็น แมนฯซิตี้ ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน พาบอลป่วนในจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดมาเสาสองให้ กาเบรียล เฆซุส โหม่งเข้าไปตุงตาข่ายต่อมานาทีเดียว แมนฯซิตี้ เกือบแซงนำเมื่อ ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ กาเบรียล เฆซุส โขกผ่านคานออกไปและในนาทีที่ 83 แมนฯซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ผู้เล่นสำรองกระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายแล้วโดน ดานี คาร์บาฆาล แทงร่วงลงไป และเป็น เควิน เดอ บรุน รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพาเรือใบสีฟ้า ขึ้นนำ 2-1ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 เรอัล มาดริด สภาพการณ์แย่ลงไปอีกเมื่อ เซร์คิโอ รามอส โดนใบแดงโดยตรง หลังไปทำฟาวล์ กาเบรียล เฆซุส ในจังหวะกำลังจะหลุดเดี่ยว
จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ เรอัล มาดริด 2-1 กุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นนัดสองที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 17 มีนาคมนี้รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีมเรอัล มาดริด: ติโบ กูร์กตัวส์(GK), ดานี คาร์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี, เฟเดริโก บัลเบร์เด, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, อิสโก, วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซมาแมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, อายเมริค ลาปอร์เต, นิโคลัส โอตาเมนดี, โรดรี, แบงฌาแมง เมนดี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรุน, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ และ กาเบรียล เฆซุสบุกมายิงแซงเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปแบบสุดมัน 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกการแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 26 ก.พ. คู่ที่น่าสนใจ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดสนามซานติอาดก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดทำเนียบ 10 แข้ง “แมนยูฯ” แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร“ฮาร์กรีฟส์” ชี้เป้าแข้งที่ “แมนยูฯ” ต้องซื้อมาให้ได้หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”เปิดฉากครึ่งแรกนาทีที่ 16 เรอัล มาดริด ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน ยิงไกลเต็มข้อ บอลเหินผ่านคานจากนั้นนาทีที่ 21 แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ กาเบรียล เฆซุส ซัดด้วยขวา ติโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟออกไปได้ต่อมา 7 นาที แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นอีกรอบ เมื่อ แบงฌาแมง เมนดี เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ เควิน เดอ บรุน ปล่อยลอดขาให้ ริยาด มาร์เรซ แทงขึ้นหน้าคืนให้ เดอ บรุน ซัดด้วยขวาผ่านคานและในนาทีที่ 30 เรอัล มาดริด น่าขึ้นนำจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาที่เสาสอง คาริม เบนเซมา ขึ้นโหม่งเน้นๆ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิดถึงนาทีที่ 37 โอกาสของแมนฯซิตี้ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส ไขว้จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ แบร์นาโด ซิลวา ตวัดยิงด้วยซ้าย แต่ยังไม่ผ่าน กูร์กตัวส์ไปสู่ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 45+2 แมนฯซิตี้ เกือบขึ้นนำ เควิน เดอ บรุน เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดบอลออกมาเข้าทาง กาเบรียล เฆซุส ยิงยัดเข้าไปอีกที กองหลังเจ้าถิ่นช่วยกันเคลียร์ออกไปได้กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 50 แมนฯซิตี้เกือบได้เฮ เควิน เดอ บรุน พาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายออกทางซ้ายให้ ริยาด มาห์เรซ ลากเข้าจุดโทษก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งหลุดเสาสองไปนิดเดียวจากนั้นนาทีที่ 55 แมนฯซิตี้หวิดขึ้นนำ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส จ่ายบอลมาทางขวาให้ ริยาด มาห์เรซ จี้เข้าจุดโทษแล้วซัดด้วยขวา กูร์กตัวส์ ปัดออกไปได้ และต่อมานาทีเดียวซิตี้ได้ลุ้นอีก อิลคาย กุนโดกัน เปิดบอลโด่งเข้าจุดโทษให้ ริยาด มาห์เรซ ตะบันด้วยขวา กูร์กตัวส์ ก็ยังปัดได้อีกถึงนาทีที่ 60 เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ พาบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อิสโก กดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่ายนาทีที่ 71 เรอัล มาดริด เกือบบวกสกอร์เพิ่ม แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิสโก จ่ายเข้ากลางให้ เซร์คิโอ รามอส ซัดเน้นๆ บอลแฉลบผ่านคานถึงนาทีที่ 78 แปลงเป็น แมนฯซิตี้ ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน พาบอลป่วนในจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดมาเสาสองให้ กาเบรียล เฆซุส โหม่งเข้าไปตุงตาข่ายต่อมานาทีเดียว แมนฯซิตี้ เกือบแซงนำเมื่อ ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ กาเบรียล เฆซุส โขกผ่านคานออกไปและในนาทีที่ 83 แมนฯซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ผู้เล่นสำรองกระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายแล้วโดน ดานี คาร์บาฆาล แทงร่วงลงไป และเป็น เควิน เดอ บรุน รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพาเรือใบสีฟ้า ขึ้นนำ 2-1ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 เรอัล มาดริด สภาพการณ์แย่ลงไปอีกเมื่อ เซร์คิโอ รามอส โดนใบแดงโดยตรง หลังไปทำฟาวล์ กาเบรียล เฆซุส ในจังหวะกำลังจะหลุดเดี่ยว
จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ เรอัล มาดริด 2-1 กุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นนัดสองที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 17 มีนาคมนี้รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีมเรอัล มาดริด: ติโบ กูร์กตัวส์(GK), ดานี คาร์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี, เฟเดริโก บัลเบร์เด, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, อิสโก, วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซมาแมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, อายเมริค ลาปอร์เต, นิโคลัส โอตาเมนดี, โรดรี, แบงฌาแมง เมนดี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรุน, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ และ กาเบรียล เฆซุสบุกมายิงแซงเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปแบบสุดมัน 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกการแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 26 ก.พ. คู่ที่น่าสนใจ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดสนามซานติอาดก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดทำเนียบ 10 แข้ง “แมนยูฯ” แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร“ฮาร์กรีฟส์” ชี้เป้าแข้งที่ “แมนยูฯ” ต้องซื้อมาให้ได้หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”เปิดฉากครึ่งแรกนาทีที่ 16 เรอัล มาดริด ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน ยิงไกลเต็มข้อ บอลเหินผ่านคานจากนั้นนาทีที่ 21 แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ กาเบรียล เฆซุส ซัดด้วยขวา ติโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟออกไปได้ต่อมา 7 นาที แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นอีกรอบ เมื่อ แบงฌาแมง เมนดี เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ เควิน เดอ บรุน ปล่อยลอดขาให้ ริยาด มาร์เรซ แทงขึ้นหน้าคืนให้ เดอ บรุน ซัดด้วยขวาผ่านคานและในนาทีที่ 30 เรอัล มาดริด น่าขึ้นนำจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาที่เสาสอง คาริม เบนเซมา ขึ้นโหม่งเน้นๆ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิดถึงนาทีที่ 37 โอกาสของแมนฯซิตี้ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส ไขว้จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ แบร์นาโด ซิลวา ตวัดยิงด้วยซ้าย แต่ยังไม่ผ่าน กูร์กตัวส์ไปสู่ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 45+2 แมนฯซิตี้ เกือบขึ้นนำ เควิน เดอ บรุน เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดบอลออกมาเข้าทาง กาเบรียล เฆซุส ยิงยัดเข้าไปอีกที กองหลังเจ้าถิ่นช่วยกันเคลียร์ออกไปได้กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 50 แมนฯซิตี้เกือบได้เฮ เควิน เดอ บรุน พาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายออกทางซ้ายให้ ริยาด มาห์เรซ ลากเข้าจุดโทษก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งหลุดเสาสองไปนิดเดียวจากนั้นนาทีที่ 55 แมนฯซิตี้หวิดขึ้นนำ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส จ่ายบอลมาทางขวาให้ ริยาด มาห์เรซ จี้เข้าจุดโทษแล้วซัดด้วยขวา กูร์กตัวส์ ปัดออกไปได้ และต่อมานาทีเดียวซิตี้ได้ลุ้นอีก อิลคาย กุนโดกัน เปิดบอลโด่งเข้าจุดโทษให้ ริยาด มาห์เรซ ตะบันด้วยขวา กูร์กตัวส์ ก็ยังปัดได้อีกถึงนาทีที่ 60 เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ พาบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อิสโก กดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่ายนาทีที่ 71 เรอัล มาดริด เกือบบวกสกอร์เพิ่ม แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิสโก จ่ายเข้ากลางให้ เซร์คิโอ รามอส ซัดเน้นๆ บอลแฉลบผ่านคานถึงนาทีที่ 78 แปลงเป็น แมนฯซิตี้ ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน พาบอลป่วนในจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดมาเสาสองให้ กาเบรียล เฆซุส โหม่งเข้าไปตุงตาข่ายต่อมานาทีเดียว แมนฯซิตี้ เกือบแซงนำเมื่อ ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ กาเบรียล เฆซุส โขกผ่านคานออกไปและในนาทีที่ 83 แมนฯซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ผู้เล่นสำรองกระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายแล้วโดน ดานี คาร์บาฆาล แทงร่วงลงไป และเป็น เควิน เดอ บรุน รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพาเรือใบสีฟ้า ขึ้นนำ 2-1ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 เรอัล มาดริด สภาพการณ์แย่ลงไปอีกเมื่อ เซร์คิโอ รามอส โดนใบแดงโดยตรง หลังไปทำฟาวล์ กาเบรียล เฆซุส ในจังหวะกำลังจะหลุดเดี่ยว
จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ เรอัล มาดริด 2-1 กุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นนัดสองที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 17 มีนาคมนี้รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีมเรอัล มาดริด: ติโบ กูร์กตัวส์(GK), ดานี คาร์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี, เฟเดริโก บัลเบร์เด, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, อิสโก, วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซมาแมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, อายเมริค ลาปอร์เต, นิโคลัส โอตาเมนดี, โรดรี, แบงฌาแมง เมนดี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรุน, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ และ กาเบรียล เฆซุสบุกมายิงแซงเอาชนะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปแบบสุดมัน 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกการแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 26 ก.พ. คู่ที่น่าสนใจ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดสนามซานติอาดก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดทำเนียบ 10 แข้ง “แมนยูฯ” แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร“ฮาร์กรีฟส์” ชี้เป้าแข้งที่ “แมนยูฯ” ต้องซื้อมาให้ได้หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”เปิดฉากครึ่งแรกนาทีที่ 16 เรอัล มาดริด ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฟาเอล วาราน ยิงไกลเต็มข้อ บอลเหินผ่านคานจากนั้นนาทีที่ 21 แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ กาเบรียล เฆซุส ซัดด้วยขวา ติโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟออกไปได้ต่อมา 7 นาที แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นอีกรอบ เมื่อ แบงฌาแมง เมนดี เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ เควิน เดอ บรุน ปล่อยลอดขาให้ ริยาด มาร์เรซ แทงขึ้นหน้าคืนให้ เดอ บรุน ซัดด้วยขวาผ่านคานและในนาทีที่ 30 เรอัล มาดริด น่าขึ้นนำจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายมาที่เสาสอง คาริม เบนเซมา ขึ้นโหม่งเน้นๆ เอแดร์สัน ปัดออกไปได้หวุดหวิดถึงนาทีที่ 37 โอกาสของแมนฯซิตี้ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส ไขว้จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ แบร์นาโด ซิลวา ตวัดยิงด้วยซ้าย แต่ยังไม่ผ่าน กูร์กตัวส์ไปสู่ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 45+2 แมนฯซิตี้ เกือบขึ้นนำ เควิน เดอ บรุน เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าจุดโทษ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดบอลออกมาเข้าทาง กาเบรียล เฆซุส ยิงยัดเข้าไปอีกที กองหลังเจ้าถิ่นช่วยกันเคลียร์ออกไปได้กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 50 แมนฯซิตี้เกือบได้เฮ เควิน เดอ บรุน พาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายออกทางซ้ายให้ ริยาด มาห์เรซ ลากเข้าจุดโทษก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งหลุดเสาสองไปนิดเดียวจากนั้นนาทีที่ 55 แมนฯซิตี้หวิดขึ้นนำ เมื่อ กาเบรียล เฆซุส จ่ายบอลมาทางขวาให้ ริยาด มาห์เรซ จี้เข้าจุดโทษแล้วซัดด้วยขวา กูร์กตัวส์ ปัดออกไปได้ และต่อมานาทีเดียวซิตี้ได้ลุ้นอีก อิลคาย กุนโดกัน เปิดบอลโด่งเข้าจุดโทษให้ ริยาด มาห์เรซ ตะบันด้วยขวา กูร์กตัวส์ ก็ยังปัดได้อีกถึงนาทีที่ 60 เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ พาบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อิสโก กดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่ายนาทีที่ 71 เรอัล มาดริด เกือบบวกสกอร์เพิ่ม แฟร์กล็องด์ เมนดี เปิดบอลเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ อิสโก จ่ายเข้ากลางให้ เซร์คิโอ รามอส ซัดเน้นๆ บอลแฉลบผ่านคานถึงนาทีที่ 78 แปลงเป็น แมนฯซิตี้ ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุน พาบอลป่วนในจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดมาเสาสองให้ กาเบรียล เฆซุส โหม่งเข้าไปตุงตาข่ายต่อมานาทีเดียว แมนฯซิตี้ เกือบแซงนำเมื่อ ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ กาเบรียล เฆซุส โขกผ่านคานออกไปและในนาทีที่ 83 แมนฯซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ผู้เล่นสำรองกระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายแล้วโดน ดานี คาร์บาฆาล แทงร่วงลงไป และเป็น เควิน เดอ บรุน รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพาเรือใบสีฟ้า ขึ้นนำ 2-1ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 86 เรอัล มาดริด สภาพการณ์แย่ลงไปอีกเมื่อ เซร์คิโอ รามอส โดนใบแดงโดยตรง หลังไปทำฟาวล์ กาเบรียล เฆซุส ในจังหวะกำลังจะหลุดเดี่ยว
จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ เรอัล มาดริด 2-1 กุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นนัดสองที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 17 มีนาคมนี้รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีมเรอัล มาดริด: ติโบ กูร์กตัวส์(GK), ดานี คาร์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี, เฟเดริโก บัลเบร์เด, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, อิสโก, วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซมาแมนเชสเตอร์ ซิตี้: เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, อายเมริค ลาปอร์เต, นิโคลัส โอตาเมนดี, โรดรี, แบงฌาแมง เมนดี, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรุน, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ และ กาเบรียล เฆซุส

ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน ฟอร์มโหดบุกถล่ม เลชเช่ 4-1

ufa1688 ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน นาที 15 มิลาน เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลัง ฮาคาน ชาลาโนกลู เปิดคอนเนอร์มาให้ เตโอ แอร์กน็องเดซ ขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มหัวเปลี่ยนเป็นตั้งให้ โบนาเวนตูร่า วอลเลย์ด้วยขวาเสาแรก แต่บอลยังไปติดเซฟ กาเบรียล นายด่านของเลชเช่จนแล้วจนรอด เอซี มิลาน มาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 26 บอลขึ้นทางขวา ฮาคาน ชาลาโนกลู ครอสมาเสาแรกถึง ซามูเอล กาสตีเยโฆ ตั้งขาแปด้วยซ้ายเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เลชเช่ ตามหลัง เอซี มิลาน 0-1ในนาทีที่ 53 เลชเช่ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง คูม่า บาบาการ์ โดนมัตเตโอ แกบเบียกระแทกล้มลงผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น มาร์โก มันโคซู ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เจ้าบ้านไล่ตีเสมอ ปีศาจแดงดำ 1-1ทว่า เอซี มิลาน ไม่ยอมให้เสมอนานเอาคืนทันควันในอีก2นาทีต่อมา นาทีที่ 55 มาแซงขึ้นนำ 2-1 อีกรอบ จากจังหวะที่ ฮาคาน ชาลาโนกลู ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปโดน กาเบรียล เซฟออกมา แต่ดันมาเข้าทาง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า วิ่งตามซ้ำด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือเท่านั้นไม่พอ นาที 57 สกอร์ของทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็วบอลมาเข้าเท้า ฮาคาน ชาลาโนกลู แทงบอลทะลุช่องขึ้นหน้าให้ อันเต เบิช สปีดจากกลางสนามเข้าไปควบบอลก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ กาเบรียล ตุงตาข่าย
นาที 72 มิลาน มาได้ประตูหนีห่าง 4-1 บอลจาก อันเดรีย คอนติ ครอสยาวเข้าไปในกรอบให้ ราฟาเอล เลเอา ผู้เล่นสำรองโขกเข้าไปไม่เหลือ จบการแข่งขัน เลชเช่ ต้านไม่ไหวพ่ายคาบ้านให้ เอซี มิลาน 1-4ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน นาที 15 มิลาน เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลัง ฮาคาน ชาลาโนกลู เปิดคอนเนอร์มาให้ เตโอ แอร์กน็องเดซ ขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มหัวเปลี่ยนเป็นตั้งให้ โบนาเวนตูร่า วอลเลย์ด้วยขวาเสาแรก แต่บอลยังไปติดเซฟ กาเบรียล นายด่านของเลชเช่จนแล้วจนรอด เอซี มิลาน มาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 26 บอลขึ้นทางขวา ฮาคาน ชาลาโนกลู ครอสมาเสาแรกถึง ซามูเอล กาสตีเยโฆ ตั้งขาแปด้วยซ้ายเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เลชเช่ ตามหลัง เอซี มิลาน 0-1ในนาทีที่ 53 เลชเช่ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง คูม่า บาบาการ์ โดนมัตเตโอ แกบเบียกระแทกล้มลงผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น มาร์โก มันโคซู ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เจ้าบ้านไล่ตีเสมอ ปีศาจแดงดำ 1-1ทว่า เอซี มิลาน ไม่ยอมให้เสมอนานเอาคืนทันควันในอีก2นาทีต่อมา นาทีที่ 55 มาแซงขึ้นนำ 2-1 อีกรอบ จากจังหวะที่ ฮาคาน ชาลาโนกลู ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปโดน กาเบรียล เซฟออกมา แต่ดันมาเข้าทาง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า วิ่งตามซ้ำด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือเท่านั้นไม่พอ นาที 57 สกอร์ของทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็วบอลมาเข้าเท้า ฮาคาน ชาลาโนกลู แทงบอลทะลุช่องขึ้นหน้าให้ อันเต เบิช สปีดจากกลางสนามเข้าไปควบบอลก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ กาเบรียล ตุงตาข่ายนาที 72 มิลาน มาได้ประตูหนีห่าง 4-1 บอลจาก อันเดรีย คอนติ ครอสยาวเข้าไปในกรอบให้ ราฟาเอล เลเอา ผู้เล่นสำรองโขกเข้าไปไม่เหลือ จบการแข่งขัน เลชเช่ ต้านไม่ไหวพ่ายคาบ้านให้ เอซี มิลาน 1-4ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน นาที 15 มิลาน เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลัง ฮาคาน ชาลาโนกลู เปิดคอนเนอร์มาให้ เตโอ แอร์กน็องเดซ ขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มหัวเปลี่ยนเป็นตั้งให้ โบนาเวนตูร่า วอลเลย์ด้วยขวาเสาแรก แต่บอลยังไปติดเซฟ กาเบรียล นายด่านของเลชเช่จนแล้วจนรอด เอซี มิลาน มาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 26 บอลขึ้นทางขวา ฮาคาน ชาลาโนกลู ครอสมาเสาแรกถึง ซามูเอล กาสตีเยโฆ ตั้งขาแปด้วยซ้ายเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เลชเช่ ตามหลัง เอซี มิลาน 0-1ในนาทีที่ 53 เลชเช่ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง คูม่า บาบาการ์ โดนมัตเตโอ แกบเบียกระแทกล้มลงผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น มาร์โก มันโคซู ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เจ้าบ้านไล่ตีเสมอ ปีศาจแดงดำ 1-1
ทว่า เอซี มิลาน ไม่ยอมให้เสมอนานเอาคืนทันควันในอีก2นาทีต่อมา นาทีที่ 55 มาแซงขึ้นนำ 2-1 อีกรอบ จากจังหวะที่ ฮาคาน ชาลาโนกลู ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปโดน กาเบรียล เซฟออกมา แต่ดันมาเข้าทาง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า วิ่งตามซ้ำด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือ
เท่านั้นไม่พอ นาที 57 สกอร์ของทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็วบอลมาเข้าเท้า ฮาคาน ชาลาโนกลู แทงบอลทะลุช่องขึ้นหน้าให้ อันเต เบิช สปีดจากกลางสนามเข้าไปควบบอลก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ กาเบรียล ตุงตาข่าย
นาที 72 มิลาน มาได้ประตูหนีห่าง 4-1 บอลจาก อันเดรีย คอนติ ครอสยาวเข้าไปในกรอบให้ ราฟาเอล เลเอา ผู้เล่นสำรองโขกเข้าไปไม่เหลือ จบการแข่งขัน เลชเช่ ต้านไม่ไหวพ่ายคาบ้านให้ เอซี มิลาน 1-4ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน นาที 15 มิลาน เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลัง ฮาคาน ชาลาโนกลู เปิดคอนเนอร์มาให้ เตโอ แอร์กน็องเดซ ขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มหัวเปลี่ยนเป็นตั้งให้ โบนาเวนตูร่า วอลเลย์ด้วยขวาเสาแรก แต่บอลยังไปติดเซฟ กาเบรียล นายด่านของเลชเช่จนแล้วจนรอด เอซี มิลาน มาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 26 บอลขึ้นทางขวา ฮาคาน ชาลาโนกลู ครอสมาเสาแรกถึง ซามูเอล กาสตีเยโฆ ตั้งขาแปด้วยซ้ายเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เลชเช่ ตามหลัง เอซี มิลาน 0-1ในนาทีที่ 53 เลชเช่ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง คูม่า บาบาการ์ โดนมัตเตโอ แกบเบียกระแทกล้มลงผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น มาร์โก มันโคซู ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เจ้าบ้านไล่ตีเสมอ ปีศาจแดงดำ 1-1ทว่า เอซี มิลาน ไม่ยอมให้เสมอนานเอาคืนทันควันในอีก2นาทีต่อมา นาทีที่ 55 มาแซงขึ้นนำ 2-1 อีกรอบ จากจังหวะที่ ฮาคาน ชาลาโนกลู ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปโดน กาเบรียล เซฟออกมา แต่ดันมาเข้าทาง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า วิ่งตามซ้ำด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือเท่านั้นไม่พอ นาที 57 สกอร์ของทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็วบอลมาเข้าเท้า ฮาคาน ชาลาโนกลู แทงบอลทะลุช่องขึ้นหน้าให้ อันเต เบิช สปีดจากกลางสนามเข้าไปควบบอลก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ กาเบรียล ตุงตาข่ายนาที 72 มิลาน มาได้ประตูหนีห่าง 4-1 บอลจาก อันเดรีย คอนติ ครอสยาวเข้าไปในกรอบให้ ราฟาเอล เลเอา ผู้เล่นสำรองโขกเข้าไปไม่เหลือ จบการแข่งขัน เลชเช่ ต้านไม่ไหวพ่ายคาบ้านให้ เอซี มิลาน 1-4ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน นาที 15 มิลาน เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลัง ฮาคาน ชาลาโนกลู เปิดคอนเนอร์มาให้ เตโอ แอร์กน็องเดซ ขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มหัวเปลี่ยนเป็นตั้งให้ โบนาเวนตูร่า วอลเลย์ด้วยขวาเสาแรก แต่บอลยังไปติดเซฟ กาเบรียล นายด่านของเลชเช่จนแล้วจนรอด เอซี มิลาน มาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 26 บอลขึ้นทางขวา ฮาคาน ชาลาโนกลู ครอสมาเสาแรกถึง ซามูเอล กาสตีเยโฆ ตั้งขาแปด้วยซ้ายเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เลชเช่ ตามหลัง เอซี มิลาน 0-1ในนาทีที่ 53 เลชเช่ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง คูม่า บาบาการ์ โดนมัตเตโอ แกบเบียกระแทกล้มลงผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น มาร์โก มันโคซู ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เจ้าบ้านไล่ตีเสมอ ปีศาจแดงดำ 1-1
ทว่า เอซี มิลาน ไม่ยอมให้เสมอนานเอาคืนทันควันในอีก2นาทีต่อมา นาทีที่ 55 มาแซงขึ้นนำ 2-1 อีกรอบ จากจังหวะที่ ฮาคาน ชาลาโนกลู ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปโดน กาเบรียล เซฟออกมา แต่ดันมาเข้าทาง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า วิ่งตามซ้ำด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือ
เท่านั้นไม่พอ นาที 57 สกอร์ของทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็วบอลมาเข้าเท้า ฮาคาน ชาลาโนกลู แทงบอลทะลุช่องขึ้นหน้าให้ อันเต เบิช สปีดจากกลางสนามเข้าไปควบบอลก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ กาเบรียล ตุงตาข่าย
นาที 72 มิลาน มาได้ประตูหนีห่าง 4-1 บอลจาก อันเดรีย คอนติ ครอสยาวเข้าไปในกรอบให้ ราฟาเอล เลเอา ผู้เล่นสำรองโขกเข้าไปไม่เหลือ จบการแข่งขัน เลชเช่ ต้านไม่ไหวพ่ายคาบ้านให้ เอซี มิลาน 1-4ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน นาที 15 มิลาน เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลัง ฮาคาน ชาลาโนกลู เปิดคอนเนอร์มาให้ เตโอ แอร์กน็องเดซ ขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มหัวเปลี่ยนเป็นตั้งให้ โบนาเวนตูร่า วอลเลย์ด้วยขวาเสาแรก แต่บอลยังไปติดเซฟ กาเบรียล นายด่านของเลชเช่จนแล้วจนรอด เอซี มิลาน มาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 26 บอลขึ้นทางขวา ฮาคาน ชาลาโนกลู ครอสมาเสาแรกถึง ซามูเอล กาสตีเยโฆ ตั้งขาแปด้วยซ้ายเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เลชเช่ ตามหลัง เอซี มิลาน 0-1ในนาทีที่ 53 เลชเช่ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง คูม่า บาบาการ์ โดนมัตเตโอ แกบเบียกระแทกล้มลงผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น มาร์โก มันโคซู ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เจ้าบ้านไล่ตีเสมอ ปีศาจแดงดำ 1-1ทว่า เอซี มิลาน ไม่ยอมให้เสมอนานเอาคืนทันควันในอีก2นาทีต่อมา นาทีที่ 55 มาแซงขึ้นนำ 2-1 อีกรอบ จากจังหวะที่ ฮาคาน ชาลาโนกลู ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปโดน กาเบรียล เซฟออกมา แต่ดันมาเข้าทาง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า วิ่งตามซ้ำด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือเท่านั้นไม่พอ นาที 57 สกอร์ของทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็วบอลมาเข้าเท้า ฮาคาน ชาลาโนกลู แทงบอลทะลุช่องขึ้นหน้าให้ อันเต เบิช สปีดจากกลางสนามเข้าไปควบบอลก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ กาเบรียล ตุงตาข่ายนาที 72 มิลาน มาได้ประตูหนีห่าง 4-1 บอลจาก อันเดรีย คอนติ ครอสยาวเข้าไปในกรอบให้ ราฟาเอล เลเอา ผู้เล่นสำรองโขกเข้าไปไม่เหลือ จบการแข่งขัน เลชเช่ ต้านไม่ไหวพ่ายคาบ้านให้ เอซี มิลาน 1-4ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน นาที 15 มิลาน เกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน หลัง ฮาคาน ชาลาโนกลู เปิดคอนเนอร์มาให้ เตโอ แอร์กน็องเดซ ขึ้นโขกแต่บอลโดนไม่เต็มหัวเปลี่ยนเป็นตั้งให้ โบนาเวนตูร่า วอลเลย์ด้วยขวาเสาแรก แต่บอลยังไปติดเซฟ กาเบรียล นายด่านของเลชเช่จนแล้วจนรอด เอซี มิลาน มาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 26 บอลขึ้นทางขวา ฮาคาน ชาลาโนกลู ครอสมาเสาแรกถึง ซามูเอล กาสตีเยโฆ ตั้งขาแปด้วยซ้ายเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เลชเช่ ตามหลัง เอซี มิลาน 0-1ในนาทีที่ 53 เลชเช่ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง คูม่า บาบาการ์ โดนมัตเตโอ แกบเบียกระแทกล้มลงผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น มาร์โก มันโคซู ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เจ้าบ้านไล่ตีเสมอ ปีศาจแดงดำ 1-1
ทว่า เอซี มิลาน ไม่ยอมให้เสมอนานเอาคืนทันควันในอีก2นาทีต่อมา นาทีที่ 55 มาแซงขึ้นนำ 2-1 อีกรอบ จากจังหวะที่ ฮาคาน ชาลาโนกลู ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งไปโดน กาเบรียล เซฟออกมา แต่ดันมาเข้าทาง จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า วิ่งตามซ้ำด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือ
เท่านั้นไม่พอ นาที 57 สกอร์ของทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะสวนกลับเร็วบอลมาเข้าเท้า ฮาคาน ชาลาโนกลู แทงบอลทะลุช่องขึ้นหน้าให้ อันเต เบิช สปีดจากกลางสนามเข้าไปควบบอลก่อนหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ กาเบรียล ตุงตาข่าย
นาที 72 มิลาน มาได้ประตูหนีห่าง 4-1 บอลจาก อันเดรีย คอนติ ครอสยาวเข้าไปในกรอบให้ ราฟาเอล เลเอา ผู้เล่นสำรองโขกเข้าไปไม่เหลือ จบการแข่งขัน เลชเช่ ต้านไม่ไหวพ่ายคาบ้านให้ เอซี มิลาน 1-4

คูตี้ทีเด็ด “บาเยิร์นฯ” ถล่ม “บาร์เซโลนา” 8-2 ทะลุตัดเชือก ชปล.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหดเหี้ยม ไล่ถล่ม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา เละเทะ 8-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ… ฟันธงบอลวันนี้

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 63 ที่สนามเอสตาดิโอ ดา ลุช (สนามกลาง) “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พบกับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก

เหยี่ยวข่าวดัง อัปเดตดีลแข้ง “หงส์แดง” หลังมีข่าวกับ “บาร์เซโลนา”
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“เฮนริค ลาร์สสัน” ตบเท้าร่วมทีมบาร์ซา รับบทผู้ช่วย “คูมัน”
เปิดฉากครึ่งแรกมาแค่ 4 นาที บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ อิวาน เปริซิช เปิดบอลจากฝั่งซ้ายย้อนมาหน้าจุดโทษให้ โธมัส มุลเลอร์ จ่ายเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี แตะคืนให้ มุลเลอร์ ซัดเข้าไปตุงตาข่าย

จากนั้นนาทีที่ 7 บาร์ซา ตีเสมอเป็น 1-1 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ฆอร์ดี อัลบา หลุดเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเข้ากลาง ดาวิด อลาบา กองหลังบาเยิร์นฯ สกัดบอลเข้าประตูตัวเองไป

นาทีที่ 9 โอกาสขึ้นนำของบาร์ซา เมื่อ เนลสัน เซเมโด จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ หลุยส์ ซัวเรซ ซัดทันที แต่ มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกไปได้ และต่อมา 2 นาที บาร์ซาได้ลุ้นอีกที เมื่อ ลิโอเนล เมสซี กึ่งยิงกึ่งเปิดจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ บอลไม่โดนใครก่อนพุ่งชนเสาสองเต็มๆ

ถึงนาทีที่ 22 บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ แซร์จ กนาบรี ไหลบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ อิวาน เปริซิช กระชากไปซัดไม่เหลือซาก ฟันธงบอลวันนี้

นาทีที่ 28 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 เลออน โกเรตซ์กา เปิดบอลเข้าจุดโทษให้ แซร์จ กนาบรี ซัดตูมเข้าไปเลย

นาทีที่ 29 บาเยิร์นฯ เกือบได้เม็ดสี่ เมื่อ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน นายด่านบาร์ซา เตะเปิดเกมมาไม่ดี โดน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ฉกไปซัดในจุดโทษ แต่ สเตเกน ยังไวเซฟออกไปได้

และในนาทีที่ 31 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 4-1 จากจังหวะที่ โจชัว คิมมิช เปิดบอลจากฝั่งขวามาที่เสาแรก โธมัส มุลเลอร์ ซัดเข้าไปง่ายๆ

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ บาร์เซโลนา อยู่ 4-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 57 บาร์เซโลนา ไล่มาเป็น 2-4 เมื่อ ฆอร์ดี อัลบา จ่ายบอลให้ หลุยส์ ซัวเรซ โยกหลอก เยโรม บัวเต็ง ในจุดโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเฉียบขาด

จากนั้นนาทีที่ 63 บาเยิร์นฯ ทิ้งห่างไปอีกเป็น 5-2 จากจังหวะที่ อัลฟอนโซ เดวีส์ กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายจนสุดเส้นหลัง ก่อนจ่ายย้อนมาให้ โจชัว คิมมิช วิ่งมาซัดเข้าไปตุงตาข่าย

ถึงนาทีที่ 69 บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกแล้ว แซร์จ กนาบรี ได้ซัดเต็มข้อในจุดโทษ แต่ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน ยังเซฟออกมาได้หวุดหวิด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 82 บาเยิร์นฯ ได้ประตูหนีเป็น 6-2 จากจังหวะที่ ฟิลิปเป คูตินโญ พาบอลมาในจุดโทษฝั่งซ้าย ก่อนเปิดมาเสาสองให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โหม่งเข้าไป

แค่นั้นยังไม่พอ นาทีที่ 85 บาเยิร์นฯ นำห่าง 7-2 โธมัส มุลเลอร์ จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ ฟิลิปเป คูตินโญ ยิงแทงเสาแรกเข้าไป

นาทีที่ 89 บาเยิร์นฯ หนีไปอีกเป็น 8-2 จากการยิงจ่อๆ ของ ฟิลิปเป คูตินโญ

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ บาเยิร์น มิวนิก ชนะ บาร์เซโลนา 8-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ไปรอพบกับผู้ชนะระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ โอลิมปิก ลียง ต่อไป

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาร์เซโลนา: มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน (GK), เคาร์ด ปิเก, เคลมองต์ ลองเลต์, เนลสัน เซเมโด, ฆอร์ดี อัลบา, เซร์คิโอ บุสเกตส์, เซร์จี โรแบร์โต, เฟรนกี เดอ ยอง, อาร์ตูโร วิดัล, หลุยส์ ซัวเรซ และ ลิโอเนล เมสซี ฟันธงบอลวันนี้

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ เดวีส์, โจชัว คิมมิช, เลออน โกเรตซ์กา, ติอาโก อัลคันทารา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหดเหี้ยม ไล่ถล่ม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา เละเทะ 8-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ…

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 63 ที่สนามเอสตาดิโอ ดา ลุช (สนามกลาง) “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พบกับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก

เหยี่ยวข่าวดัง อัปเดตดีลแข้ง “หงส์แดง” หลังมีข่าวกับ “บาร์เซโลนา”
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“เฮนริค ลาร์สสัน” ตบเท้าร่วมทีมบาร์ซา รับบทผู้ช่วย “คูมัน”
เปิดฉากครึ่งแรกมาแค่ 4 นาที บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ อิวาน เปริซิช เปิดบอลจากฝั่งซ้ายย้อนมาหน้าจุดโทษให้ โธมัส มุลเลอร์ จ่ายเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี แตะคืนให้ มุลเลอร์ ซัดเข้าไปตุงตาข่าย

จากนั้นนาทีที่ 7 บาร์ซา ตีเสมอเป็น 1-1 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ฆอร์ดี อัลบา หลุดเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเข้ากลาง ดาวิด อลาบา กองหลังบาเยิร์นฯ สกัดบอลเข้าประตูตัวเองไป

นาทีที่ 9 โอกาสขึ้นนำของบาร์ซา เมื่อ เนลสัน เซเมโด จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ หลุยส์ ซัวเรซ ซัดทันที แต่ มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกไปได้ และต่อมา 2 นาที บาร์ซาได้ลุ้นอีกที เมื่อ ลิโอเนล เมสซี กึ่งยิงกึ่งเปิดจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ บอลไม่โดนใครก่อนพุ่งชนเสาสองเต็มๆ

ถึงนาทีที่ 22 บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ แซร์จ กนาบรี ไหลบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ อิวาน เปริซิช กระชากไปซัดไม่เหลือซาก

นาทีที่ 28 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 เลออน โกเรตซ์กา เปิดบอลเข้าจุดโทษให้ แซร์จ กนาบรี ซัดตูมเข้าไปเลย

นาทีที่ 29 บาเยิร์นฯ เกือบได้เม็ดสี่ เมื่อ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน นายด่านบาร์ซา เตะเปิดเกมมาไม่ดี โดน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ฉกไปซัดในจุดโทษ แต่ สเตเกน ยังไวเซฟออกไปได้

และในนาทีที่ 31 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 4-1 จากจังหวะที่ โจชัว คิมมิช เปิดบอลจากฝั่งขวามาที่เสาแรก โธมัส มุลเลอร์ ซัดเข้าไปง่ายๆ

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ บาร์เซโลนา อยู่ 4-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 57 บาร์เซโลนา ไล่มาเป็น 2-4 เมื่อ ฆอร์ดี อัลบา จ่ายบอลให้ หลุยส์ ซัวเรซ โยกหลอก เยโรม บัวเต็ง ในจุดโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเฉียบขาด

จากนั้นนาทีที่ 63 บาเยิร์นฯ ทิ้งห่างไปอีกเป็น 5-2 จากจังหวะที่ อัลฟอนโซ เดวีส์ กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายจนสุดเส้นหลัง ก่อนจ่ายย้อนมาให้ โจชัว คิมมิช วิ่งมาซัดเข้าไปตุงตาข่าย

ถึงนาทีที่ 69 บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกแล้ว แซร์จ กนาบรี ได้ซัดเต็มข้อในจุดโทษ แต่ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน ยังเซฟออกมาได้หวุดหวิด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 82 บาเยิร์นฯ ได้ประตูหนีเป็น 6-2 จากจังหวะที่ ฟิลิปเป คูตินโญ พาบอลมาในจุดโทษฝั่งซ้าย ก่อนเปิดมาเสาสองให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โหม่งเข้าไป

แค่นั้นยังไม่พอ นาทีที่ 85 บาเยิร์นฯ นำห่าง 7-2 โธมัส มุลเลอร์ จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ ฟิลิปเป คูตินโญ ยิงแทงเสาแรกเข้าไป

นาทีที่ 89 บาเยิร์นฯ หนีไปอีกเป็น 8-2 จากการยิงจ่อๆ ของ ฟิลิปเป คูตินโญ

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ บาเยิร์น มิวนิก ชนะ บาร์เซโลนา 8-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ไปรอพบกับผู้ชนะระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ โอลิมปิก ลียง ต่อไป

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาร์เซโลนา: มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน (GK), เคาร์ด ปิเก, เคลมองต์ ลองเลต์, เนลสัน เซเมโด, ฆอร์ดี อัลบา, เซร์คิโอ บุสเกตส์, เซร์จี โรแบร์โต, เฟรนกี เดอ ยอง, อาร์ตูโร วิดัล, หลุยส์ ซัวเรซ และ ลิโอเนล เมสซี

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ เดวีส์, โจชัว คิมมิช, เลออน โกเรตซ์กา, ติอาโก อัลคันทารา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหดเหี้ยม ไล่ถล่ม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา เละเทะ 8-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ…

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 63 ที่สนามเอสตาดิโอ ดา ลุช (สนามกลาง) “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พบกับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก

เหยี่ยวข่าวดัง อัปเดตดีลแข้ง “หงส์แดง” หลังมีข่าวกับ “บาร์เซโลนา”
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“เฮนริค ลาร์สสัน” ตบเท้าร่วมทีมบาร์ซา รับบทผู้ช่วย “คูมัน”
เปิดฉากครึ่งแรกมาแค่ 4 นาที บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ อิวาน เปริซิช เปิดบอลจากฝั่งซ้ายย้อนมาหน้าจุดโทษให้ โธมัส มุลเลอร์ จ่ายเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี แตะคืนให้ มุลเลอร์ ซัดเข้าไปตุงตาข่าย

จากนั้นนาทีที่ 7 บาร์ซา ตีเสมอเป็น 1-1 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ฆอร์ดี อัลบา หลุดเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเข้ากลาง ดาวิด อลาบา กองหลังบาเยิร์นฯ สกัดบอลเข้าประตูตัวเองไป

นาทีที่ 9 โอกาสขึ้นนำของบาร์ซา เมื่อ เนลสัน เซเมโด จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ หลุยส์ ซัวเรซ ซัดทันที แต่ มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกไปได้ และต่อมา 2 นาที บาร์ซาได้ลุ้นอีกที เมื่อ ลิโอเนล เมสซี กึ่งยิงกึ่งเปิดจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ บอลไม่โดนใครก่อนพุ่งชนเสาสองเต็มๆ

ถึงนาทีที่ 22 บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ แซร์จ กนาบรี ไหลบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ อิวาน เปริซิช กระชากไปซัดไม่เหลือซาก

นาทีที่ 28 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 เลออน โกเรตซ์กา เปิดบอลเข้าจุดโทษให้ แซร์จ กนาบรี ซัดตูมเข้าไปเลย

นาทีที่ 29 บาเยิร์นฯ เกือบได้เม็ดสี่ เมื่อ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน นายด่านบาร์ซา เตะเปิดเกมมาไม่ดี โดน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ฉกไปซัดในจุดโทษ แต่ สเตเกน ยังไวเซฟออกไปได้

และในนาทีที่ 31 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 4-1 จากจังหวะที่ โจชัว คิมมิช เปิดบอลจากฝั่งขวามาที่เสาแรก โธมัส มุลเลอร์ ซัดเข้าไปง่ายๆ

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ บาร์เซโลนา อยู่ 4-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 57 บาร์เซโลนา ไล่มาเป็น 2-4 เมื่อ ฆอร์ดี อัลบา จ่ายบอลให้ หลุยส์ ซัวเรซ โยกหลอก เยโรม บัวเต็ง ในจุดโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเฉียบขาด

จากนั้นนาทีที่ 63 บาเยิร์นฯ ทิ้งห่างไปอีกเป็น 5-2 จากจังหวะที่ อัลฟอนโซ เดวีส์ กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายจนสุดเส้นหลัง ก่อนจ่ายย้อนมาให้ โจชัว คิมมิช วิ่งมาซัดเข้าไปตุงตาข่าย

ถึงนาทีที่ 69 บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกแล้ว แซร์จ กนาบรี ได้ซัดเต็มข้อในจุดโทษ แต่ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน ยังเซฟออกมาได้หวุดหวิด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 82 บาเยิร์นฯ ได้ประตูหนีเป็น 6-2 จากจังหวะที่ ฟิลิปเป คูตินโญ พาบอลมาในจุดโทษฝั่งซ้าย ก่อนเปิดมาเสาสองให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โหม่งเข้าไป

แค่นั้นยังไม่พอ นาทีที่ 85 บาเยิร์นฯ นำห่าง 7-2 โธมัส มุลเลอร์ จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ ฟิลิปเป คูตินโญ ยิงแทงเสาแรกเข้าไป

นาทีที่ 89 บาเยิร์นฯ หนีไปอีกเป็น 8-2 จากการยิงจ่อๆ ของ ฟิลิปเป คูตินโญ

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ บาเยิร์น มิวนิก ชนะ บาร์เซโลนา 8-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ไปรอพบกับผู้ชนะระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ โอลิมปิก ลียง ต่อไป

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาร์เซโลนา: มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน (GK), เคาร์ด ปิเก, เคลมองต์ ลองเลต์, เนลสัน เซเมโด, ฆอร์ดี อัลบา, เซร์คิโอ บุสเกตส์, เซร์จี โรแบร์โต, เฟรนกี เดอ ยอง, อาร์ตูโร วิดัล, หลุยส์ ซัวเรซ และ ลิโอเนล เมสซี

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ เดวีส์, โจชัว คิมมิช, เลออน โกเรตซ์กา, ติอาโก อัลคันทารา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหดเหี้ยม ไล่ถล่ม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา เละเทะ 8-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ…

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 63 ที่สนามเอสตาดิโอ ดา ลุช (สนามกลาง) “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พบกับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก

เหยี่ยวข่าวดัง อัปเดตดีลแข้ง “หงส์แดง” หลังมีข่าวกับ “บาร์เซโลนา”
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“เฮนริค ลาร์สสัน” ตบเท้าร่วมทีมบาร์ซา รับบทผู้ช่วย “คูมัน”
เปิดฉากครึ่งแรกมาแค่ 4 นาที บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ อิวาน เปริซิช เปิดบอลจากฝั่งซ้ายย้อนมาหน้าจุดโทษให้ โธมัส มุลเลอร์ จ่ายเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี แตะคืนให้ มุลเลอร์ ซัดเข้าไปตุงตาข่าย

จากนั้นนาทีที่ 7 บาร์ซา ตีเสมอเป็น 1-1 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ฆอร์ดี อัลบา หลุดเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเข้ากลาง ดาวิด อลาบา กองหลังบาเยิร์นฯ สกัดบอลเข้าประตูตัวเองไป

นาทีที่ 9 โอกาสขึ้นนำของบาร์ซา เมื่อ เนลสัน เซเมโด จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ หลุยส์ ซัวเรซ ซัดทันที แต่ มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกไปได้ และต่อมา 2 นาที บาร์ซาได้ลุ้นอีกที เมื่อ ลิโอเนล เมสซี กึ่งยิงกึ่งเปิดจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ บอลไม่โดนใครก่อนพุ่งชนเสาสองเต็มๆ

ถึงนาทีที่ 22 บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ แซร์จ กนาบรี ไหลบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ อิวาน เปริซิช กระชากไปซัดไม่เหลือซาก

นาทีที่ 28 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 เลออน โกเรตซ์กา เปิดบอลเข้าจุดโทษให้ แซร์จ กนาบรี ซัดตูมเข้าไปเลย

นาทีที่ 29 บาเยิร์นฯ เกือบได้เม็ดสี่ เมื่อ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน นายด่านบาร์ซา เตะเปิดเกมมาไม่ดี โดน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ฉกไปซัดในจุดโทษ แต่ สเตเกน ยังไวเซฟออกไปได้

และในนาทีที่ 31 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 4-1 จากจังหวะที่ โจชัว คิมมิช เปิดบอลจากฝั่งขวามาที่เสาแรก โธมัส มุลเลอร์ ซัดเข้าไปง่ายๆ

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ บาร์เซโลนา อยู่ 4-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 57 บาร์เซโลนา ไล่มาเป็น 2-4 เมื่อ ฆอร์ดี อัลบา จ่ายบอลให้ หลุยส์ ซัวเรซ โยกหลอก เยโรม บัวเต็ง ในจุดโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเฉียบขาด

จากนั้นนาทีที่ 63 บาเยิร์นฯ ทิ้งห่างไปอีกเป็น 5-2 จากจังหวะที่ อัลฟอนโซ เดวีส์ กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายจนสุดเส้นหลัง ก่อนจ่ายย้อนมาให้ โจชัว คิมมิช วิ่งมาซัดเข้าไปตุงตาข่าย

ถึงนาทีที่ 69 บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกแล้ว แซร์จ กนาบรี ได้ซัดเต็มข้อในจุดโทษ แต่ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน ยังเซฟออกมาได้หวุดหวิด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 82 บาเยิร์นฯ ได้ประตูหนีเป็น 6-2 จากจังหวะที่ ฟิลิปเป คูตินโญ พาบอลมาในจุดโทษฝั่งซ้าย ก่อนเปิดมาเสาสองให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โหม่งเข้าไป

แค่นั้นยังไม่พอ นาทีที่ 85 บาเยิร์นฯ นำห่าง 7-2 โธมัส มุลเลอร์ จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ ฟิลิปเป คูตินโญ ยิงแทงเสาแรกเข้าไป

นาทีที่ 89 บาเยิร์นฯ หนีไปอีกเป็น 8-2 จากการยิงจ่อๆ ของ ฟิลิปเป คูตินโญ

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ บาเยิร์น มิวนิก ชนะ บาร์เซโลนา 8-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ไปรอพบกับผู้ชนะระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ โอลิมปิก ลียง ต่อไป

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาร์เซโลนา: มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน (GK), เคาร์ด ปิเก, เคลมองต์ ลองเลต์, เนลสัน เซเมโด, ฆอร์ดี อัลบา, เซร์คิโอ บุสเกตส์, เซร์จี โรแบร์โต, เฟรนกี เดอ ยอง, อาร์ตูโร วิดัล, หลุยส์ ซัวเรซ และ ลิโอเนล เมสซี

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ เดวีส์, โจชัว คิมมิช, เลออน โกเรตซ์กา, ติอาโก อัลคันทารา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหดเหี้ยม ไล่ถล่ม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา เละเทะ 8-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ…

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 63 ที่สนามเอสตาดิโอ ดา ลุช (สนามกลาง) “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พบกับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก

เหยี่ยวข่าวดัง อัปเดตดีลแข้ง “หงส์แดง” หลังมีข่าวกับ “บาร์เซโลนา”
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“เฮนริค ลาร์สสัน” ตบเท้าร่วมทีมบาร์ซา รับบทผู้ช่วย “คูมัน”
เปิดฉากครึ่งแรกมาแค่ 4 นาที บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ อิวาน เปริซิช เปิดบอลจากฝั่งซ้ายย้อนมาหน้าจุดโทษให้ โธมัส มุลเลอร์ จ่ายเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี แตะคืนให้ มุลเลอร์ ซัดเข้าไปตุงตาข่าย

จากนั้นนาทีที่ 7 บาร์ซา ตีเสมอเป็น 1-1 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ฆอร์ดี อัลบา หลุดเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเข้ากลาง ดาวิด อลาบา กองหลังบาเยิร์นฯ สกัดบอลเข้าประตูตัวเองไป

นาทีที่ 9 โอกาสขึ้นนำของบาร์ซา เมื่อ เนลสัน เซเมโด จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ หลุยส์ ซัวเรซ ซัดทันที แต่ มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกไปได้ และต่อมา 2 นาที บาร์ซาได้ลุ้นอีกที เมื่อ ลิโอเนล เมสซี กึ่งยิงกึ่งเปิดจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ บอลไม่โดนใครก่อนพุ่งชนเสาสองเต็มๆ

ถึงนาทีที่ 22 บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ แซร์จ กนาบรี ไหลบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ อิวาน เปริซิช กระชากไปซัดไม่เหลือซาก

นาทีที่ 28 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 เลออน โกเรตซ์กา เปิดบอลเข้าจุดโทษให้ แซร์จ กนาบรี ซัดตูมเข้าไปเลย

นาทีที่ 29 บาเยิร์นฯ เกือบได้เม็ดสี่ เมื่อ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน นายด่านบาร์ซา เตะเปิดเกมมาไม่ดี โดน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ฉกไปซัดในจุดโทษ แต่ สเตเกน ยังไวเซฟออกไปได้

และในนาทีที่ 31 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 4-1 จากจังหวะที่ โจชัว คิมมิช เปิดบอลจากฝั่งขวามาที่เสาแรก โธมัส มุลเลอร์ ซัดเข้าไปง่ายๆ

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ บาร์เซโลนา อยู่ 4-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 57 บาร์เซโลนา ไล่มาเป็น 2-4 เมื่อ ฆอร์ดี อัลบา จ่ายบอลให้ หลุยส์ ซัวเรซ โยกหลอก เยโรม บัวเต็ง ในจุดโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเฉียบขาด

จากนั้นนาทีที่ 63 บาเยิร์นฯ ทิ้งห่างไปอีกเป็น 5-2 จากจังหวะที่ อัลฟอนโซ เดวีส์ กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายจนสุดเส้นหลัง ก่อนจ่ายย้อนมาให้ โจชัว คิมมิช วิ่งมาซัดเข้าไปตุงตาข่าย

ถึงนาทีที่ 69 บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกแล้ว แซร์จ กนาบรี ได้ซัดเต็มข้อในจุดโทษ แต่ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน ยังเซฟออกมาได้หวุดหวิด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 82 บาเยิร์นฯ ได้ประตูหนีเป็น 6-2 จากจังหวะที่ ฟิลิปเป คูตินโญ พาบอลมาในจุดโทษฝั่งซ้าย ก่อนเปิดมาเสาสองให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โหม่งเข้าไป

แค่นั้นยังไม่พอ นาทีที่ 85 บาเยิร์นฯ นำห่าง 7-2 โธมัส มุลเลอร์ จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ ฟิลิปเป คูตินโญ ยิงแทงเสาแรกเข้าไป

นาทีที่ 89 บาเยิร์นฯ หนีไปอีกเป็น 8-2 จากการยิงจ่อๆ ของ ฟิลิปเป คูตินโญ

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ บาเยิร์น มิวนิก ชนะ บาร์เซโลนา 8-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ไปรอพบกับผู้ชนะระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ โอลิมปิก ลียง ต่อไป

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาร์เซโลนา: มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน (GK), เคาร์ด ปิเก, เคลมองต์ ลองเลต์, เนลสัน เซเมโด, ฆอร์ดี อัลบา, เซร์คิโอ บุสเกตส์, เซร์จี โรแบร์โต, เฟรนกี เดอ ยอง, อาร์ตูโร วิดัล, หลุยส์ ซัวเรซ และ ลิโอเนล เมสซี

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ เดวีส์, โจชัว คิมมิช, เลออน โกเรตซ์กา, ติอาโก อัลคันทารา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหดเหี้ยม ไล่ถล่ม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา เละเทะ 8-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ…

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 63 ที่สนามเอสตาดิโอ ดา ลุช (สนามกลาง) “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พบกับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก

เหยี่ยวข่าวดัง อัปเดตดีลแข้ง “หงส์แดง” หลังมีข่าวกับ “บาร์เซโลนา”
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“เฮนริค ลาร์สสัน” ตบเท้าร่วมทีมบาร์ซา รับบทผู้ช่วย “คูมัน”
เปิดฉากครึ่งแรกมาแค่ 4 นาที บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ อิวาน เปริซิช เปิดบอลจากฝั่งซ้ายย้อนมาหน้าจุดโทษให้ โธมัส มุลเลอร์ จ่ายเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี แตะคืนให้ มุลเลอร์ ซัดเข้าไปตุงตาข่าย

จากนั้นนาทีที่ 7 บาร์ซา ตีเสมอเป็น 1-1 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ฆอร์ดี อัลบา หลุดเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเข้ากลาง ดาวิด อลาบา กองหลังบาเยิร์นฯ สกัดบอลเข้าประตูตัวเองไป

นาทีที่ 9 โอกาสขึ้นนำของบาร์ซา เมื่อ เนลสัน เซเมโด จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ หลุยส์ ซัวเรซ ซัดทันที แต่ มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกไปได้ และต่อมา 2 นาที บาร์ซาได้ลุ้นอีกที เมื่อ ลิโอเนล เมสซี กึ่งยิงกึ่งเปิดจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ บอลไม่โดนใครก่อนพุ่งชนเสาสองเต็มๆ

ถึงนาทีที่ 22 บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ แซร์จ กนาบรี ไหลบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ อิวาน เปริซิช กระชากไปซัดไม่เหลือซาก

นาทีที่ 28 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 เลออน โกเรตซ์กา เปิดบอลเข้าจุดโทษให้ แซร์จ กนาบรี ซัดตูมเข้าไปเลย

นาทีที่ 29 บาเยิร์นฯ เกือบได้เม็ดสี่ เมื่อ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน นายด่านบาร์ซา เตะเปิดเกมมาไม่ดี โดน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ฉกไปซัดในจุดโทษ แต่ สเตเกน ยังไวเซฟออกไปได้

และในนาทีที่ 31 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 4-1 จากจังหวะที่ โจชัว คิมมิช เปิดบอลจากฝั่งขวามาที่เสาแรก โธมัส มุลเลอร์ ซัดเข้าไปง่ายๆ

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ บาร์เซโลนา อยู่ 4-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 57 บาร์เซโลนา ไล่มาเป็น 2-4 เมื่อ ฆอร์ดี อัลบา จ่ายบอลให้ หลุยส์ ซัวเรซ โยกหลอก เยโรม บัวเต็ง ในจุดโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเฉียบขาด

จากนั้นนาทีที่ 63 บาเยิร์นฯ ทิ้งห่างไปอีกเป็น 5-2 จากจังหวะที่ อัลฟอนโซ เดวีส์ กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายจนสุดเส้นหลัง ก่อนจ่ายย้อนมาให้ โจชัว คิมมิช วิ่งมาซัดเข้าไปตุงตาข่าย

ถึงนาทีที่ 69 บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกแล้ว แซร์จ กนาบรี ได้ซัดเต็มข้อในจุดโทษ แต่ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน ยังเซฟออกมาได้หวุดหวิด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 82 บาเยิร์นฯ ได้ประตูหนีเป็น 6-2 จากจังหวะที่ ฟิลิปเป คูตินโญ พาบอลมาในจุดโทษฝั่งซ้าย ก่อนเปิดมาเสาสองให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โหม่งเข้าไป

แค่นั้นยังไม่พอ นาทีที่ 85 บาเยิร์นฯ นำห่าง 7-2 โธมัส มุลเลอร์ จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ ฟิลิปเป คูตินโญ ยิงแทงเสาแรกเข้าไป

นาทีที่ 89 บาเยิร์นฯ หนีไปอีกเป็น 8-2 จากการยิงจ่อๆ ของ ฟิลิปเป คูตินโญ

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ บาเยิร์น มิวนิก ชนะ บาร์เซโลนา 8-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ไปรอพบกับผู้ชนะระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ โอลิมปิก ลียง ต่อไป

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาร์เซโลนา: มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน (GK), เคาร์ด ปิเก, เคลมองต์ ลองเลต์, เนลสัน เซเมโด, ฆอร์ดี อัลบา, เซร์คิโอ บุสเกตส์, เซร์จี โรแบร์โต, เฟรนกี เดอ ยอง, อาร์ตูโร วิดัล, หลุยส์ ซัวเรซ และ ลิโอเนล เมสซี

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ เดวีส์, โจชัว คิมมิช, เลออน โกเรตซ์กา, ติอาโก อัลคันทารา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี.

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก โชว์ฟอร์มสุดโหดเหี้ยม ไล่ถล่ม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา เละเทะ 8-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ…

การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 63 ที่สนามเอสตาดิโอ ดา ลุช (สนามกลาง) “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา พบกับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก

เหยี่ยวข่าวดัง อัปเดตดีลแข้ง “หงส์แดง” หลังมีข่าวกับ “บาร์เซโลนา”
หงส์แดงอย่าช้า “ยักษ์ร่วมลีก” เล็งปาดคว้า “ติอาโก”
“เฮนริค ลาร์สสัน” ตบเท้าร่วมทีมบาร์ซา รับบทผู้ช่วย “คูมัน”
เปิดฉากครึ่งแรกมาแค่ 4 นาที บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ อิวาน เปริซิช เปิดบอลจากฝั่งซ้ายย้อนมาหน้าจุดโทษให้ โธมัส มุลเลอร์ จ่ายเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี แตะคืนให้ มุลเลอร์ ซัดเข้าไปตุงตาข่าย

จากนั้นนาทีที่ 7 บาร์ซา ตีเสมอเป็น 1-1 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ฆอร์ดี อัลบา หลุดเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดเข้ากลาง ดาวิด อลาบา กองหลังบาเยิร์นฯ สกัดบอลเข้าประตูตัวเองไป

นาทีที่ 9 โอกาสขึ้นนำของบาร์ซา เมื่อ เนลสัน เซเมโด จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งขวาให้ หลุยส์ ซัวเรซ ซัดทันที แต่ มานูเอล นอยเออร์ เซฟออกไปได้ และต่อมา 2 นาที บาร์ซาได้ลุ้นอีกที เมื่อ ลิโอเนล เมสซี กึ่งยิงกึ่งเปิดจากฝั่งขวาเข้าจุดโทษ บอลไม่โดนใครก่อนพุ่งชนเสาสองเต็มๆ

ถึงนาทีที่ 22 บาเยิร์นฯ ขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ แซร์จ กนาบรี ไหลบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ อิวาน เปริซิช กระชากไปซัดไม่เหลือซาก

นาทีที่ 28 บาเยิร์นฯ นำห่าง 3-1 เลออน โกเรตซ์กา เปิดบอลเข้าจุดโทษให้ แซร์จ กนาบรี ซัดตูมเข้าไปเลย

นาทีที่ 29 บาเยิร์นฯ เกือบได้เม็ดสี่ เมื่อ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน นายด่านบาร์ซา เตะเปิดเกมมาไม่ดี โดน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ฉกไปซัดในจุดโทษ แต่ สเตเกน ยังไวเซฟออกไปได้

และในนาทีที่ 31 บาเยิร์นฯ หนีเป็น 4-1 จากจังหวะที่ โจชัว คิมมิช เปิดบอลจากฝั่งขวามาที่เสาแรก โธมัส มุลเลอร์ ซัดเข้าไปง่ายๆ

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก นำ บาร์เซโลนา อยู่ 4-1

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 57 บาร์เซโลนา ไล่มาเป็น 2-4 เมื่อ ฆอร์ดี อัลบา จ่ายบอลให้ หลุยส์ ซัวเรซ โยกหลอก เยโรม บัวเต็ง ในจุดโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเฉียบขาด

จากนั้นนาทีที่ 63 บาเยิร์นฯ ทิ้งห่างไปอีกเป็น 5-2 จากจังหวะที่ อัลฟอนโซ เดวีส์ กระชากเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายจนสุดเส้นหลัง ก่อนจ่ายย้อนมาให้ โจชัว คิมมิช วิ่งมาซัดเข้าไปตุงตาข่าย

ถึงนาทีที่ 69 บาเยิร์นฯ ได้ลุ้นอีกแล้ว แซร์จ กนาบรี ได้ซัดเต็มข้อในจุดโทษ แต่ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน ยังเซฟออกมาได้หวุดหวิด

ไปสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 82 บาเยิร์นฯ ได้ประตูหนีเป็น 6-2 จากจังหวะที่ ฟิลิปเป คูตินโญ พาบอลมาในจุดโทษฝั่งซ้าย ก่อนเปิดมาเสาสองให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี โหม่งเข้าไป

แค่นั้นยังไม่พอ นาทีที่ 85 บาเยิร์นฯ นำห่าง 7-2 โธมัส มุลเลอร์ จ่ายบอลเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ ฟิลิปเป คูตินโญ ยิงแทงเสาแรกเข้าไป

นาทีที่ 89 บาเยิร์นฯ หนีไปอีกเป็น 8-2 จากการยิงจ่อๆ ของ ฟิลิปเป คูตินโญ

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ บาเยิร์น มิวนิก ชนะ บาร์เซโลนา 8-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ไปรอพบกับผู้ชนะระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ โอลิมปิก ลียง ต่อไป

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

บาร์เซโลนา: มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเกน (GK), เคาร์ด ปิเก, เคลมองต์ ลองเลต์, เนลสัน เซเมโด, ฆอร์ดี อัลบา, เซร์คิโอ บุสเกตส์, เซร์จี โรแบร์โต, เฟรนกี เดอ ยอง, อาร์ตูโร วิดัล, หลุยส์ ซัวเรซ และ ลิโอเนล เมสซี

บาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ เดวีส์, โจชัว คิมมิช, เลออน โกเรตซ์กา, ติอาโก อัลคันทารา, อิวาน เปริซิช, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี.

“แมนยูฯ” อย่าช้า อาจโดนยักษ์ร่วมลีกปาดคว้า “กรีลิช”

งานนี้ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องรีบตัดสินใจ เพราะอาจโดนยักษ์ร่วมลีกปาดคว้าตัว แจ็ค กรีลิช ตัวรุกของแอสตัน วิลลา ไปร่วมทัพ สกอร์บอลสด

วันที่ 20 ส.ค. 63 เดอะ แอธเลติก สื่อดังของอังกฤษ บอกว่า “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสเหนือกว่า “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ตัว แจ็ค กรีลิช ตัวรุกสารพัดประโยชน์ของ “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา มาเสริมความกล้าแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้

เปิดพรีเมียร์ลีก หงส์แดง รับน้อง ลีดส์-อาร์เซนอล เยือน ฟูแลม
ยังไงกัน “โอบาเมยอง” เผยอาร์เซนอลไม่เคยชวนคุยสัญญาใหม่
แมตช์ผีบอก “Turning Point จุดเปลี่ยน”
สำหรับ กรีลิช วัย 24 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ ซัดไป 8 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 36 นัด ช่วยให้ แอสตัน วิลลา รอดตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูที่ผ่านมาได้สำเร็จ ทำให้กลายเป็นข่าวว่าได้รับความสนใจจากทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้

อย่างไรก็ตาม รายงานปัจจุบันกล่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสสูงกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ กรีลิช ไปร่วมทีม เพราะมีความจริงจังมากกว่า ส่วนปิศาจแดงดูเหมือนไปให้ความสำคัญกับการพยายามคว้า จาดอน ซานโช ปีกของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อย่างเต็มกำลังเวลานี้

ดังนี้แอสตัน วิลลา พร้อมพิจารณาปล่อย กรีลิช ออกจากทีมเช่นกัน ถ้าได้รับข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์ เพราะถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าของสโมสร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สิงห์จ่อปิดดีล ผีเอี่ยว 5 แข้ง หงส์พร้อมโละ สรุป 8 ข่าวตลาดนักเตะรอบวัน
เบื่อโลก ทัศนคติแย่ หวิดโดนเฉดหัวทิ้ง ฝ่าอุปสรรคสู่เพชฌฆาตตัวความหวัง Ep.1
“แมนยูฯ” ตาลุก มีลุ้นคว้าดาวยิงสถิติโหดล่าตาข่าย (คลิป)
ซุปเปอร์คอมฯ ทำนาย 20 ชั้นพรีเมียร์ลีก 2020-21 แชมป์-ท็อปโฟร์-ตกชั้น
หวยจะออกที่ใคร เปิดตัวเต็งกุนซือพรีเมียร์ลีก โดนปลดคนแรก

งานนี้ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องรีบตัดสินใจ เพราะอาจโดนยักษ์ร่วมลีกปาดคว้าตัว แจ็ค กรีลิช ตัวรุกของแอสตัน วิลลา ไปร่วมทัพ

วันที่ 20 ส.ค. 63 เดอะ แอธเลติก สื่อดังของอังกฤษ บอกว่า “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสเหนือกว่า “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ตัว แจ็ค กรีลิช ตัวรุกสารพัดประโยชน์ของ “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา มาเสริมความกล้าแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้

เปิดพรีเมียร์ลีก หงส์แดง รับน้อง ลีดส์-อาร์เซนอล เยือน ฟูแลม
ยังไงกัน “โอบาเมยอง” เผยอาร์เซนอลไม่เคยชวนคุยสัญญาใหม่
แมตช์ผีบอก “Turning Point จุดเปลี่ยน”
สำหรับ กรีลิช วัย 24 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ ซัดไป 8 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 36 นัด ช่วยให้ แอสตัน วิลลา รอดตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูที่ผ่านมาได้สำเร็จ ทำให้กลายเป็นข่าวว่าได้รับความสนใจจากทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สกอร์บอลสด

อย่างไรก็ตาม รายงานปัจจุบันกล่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสสูงกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ กรีลิช ไปร่วมทีม เพราะมีความจริงจังมากกว่า ส่วนปิศาจแดงดูเหมือนไปให้ความสำคัญกับการพยายามคว้า จาดอน ซานโช ปีกของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อย่างเต็มกำลังเวลานี้

ดังนี้แอสตัน วิลลา พร้อมพิจารณาปล่อย กรีลิช ออกจากทีมเช่นกัน ถ้าได้รับข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์ เพราะถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าของสโมสร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สิงห์จ่อปิดดีล ผีเอี่ยว 5 แข้ง หงส์พร้อมโละ สรุป 8 ข่าวตลาดนักเตะรอบวัน
เบื่อโลก ทัศนคติแย่ หวิดโดนเฉดหัวทิ้ง ฝ่าอุปสรรคสู่เพชฌฆาตตัวความหวัง Ep.1
“แมนยูฯ” ตาลุก มีลุ้นคว้าดาวยิงสถิติโหดล่าตาข่าย (คลิป)
ซุปเปอร์คอมฯ ทำนาย 20 ชั้นพรีเมียร์ลีก 2020-21 แชมป์-ท็อปโฟร์-ตกชั้น
หวยจะออกที่ใคร เปิดตัวเต็งกุนซือพรีเมียร์ลีก โดนปลดคนแรก

งานนี้ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องรีบตัดสินใจ เพราะอาจโดนยักษ์ร่วมลีกปาดคว้าตัว แจ็ค กรีลิช ตัวรุกของแอสตัน วิลลา ไปร่วมทัพ

วันที่ 20 ส.ค. 63 เดอะ แอธเลติก สื่อดังของอังกฤษ บอกว่า “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสเหนือกว่า “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ตัว แจ็ค กรีลิช ตัวรุกสารพัดประโยชน์ของ “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา มาเสริมความกล้าแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้

เปิดพรีเมียร์ลีก หงส์แดง รับน้อง ลีดส์-อาร์เซนอล เยือน ฟูแลม
ยังไงกัน “โอบาเมยอง” เผยอาร์เซนอลไม่เคยชวนคุยสัญญาใหม่
แมตช์ผีบอก “Turning Point จุดเปลี่ยน”
สำหรับ กรีลิช วัย 24 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ ซัดไป 8 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 36 นัด ช่วยให้ แอสตัน วิลลา รอดตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูที่ผ่านมาได้สำเร็จ ทำให้กลายเป็นข่าวว่าได้รับความสนใจจากทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้

อย่างไรก็ตาม รายงานปัจจุบันกล่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสสูงกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ กรีลิช ไปร่วมทีม เพราะมีความจริงจังมากกว่า ส่วนปิศาจแดงดูเหมือนไปให้ความสำคัญกับการพยายามคว้า จาดอน ซานโช ปีกของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อย่างเต็มกำลังเวลานี้

ดังนี้แอสตัน วิลลา พร้อมพิจารณาปล่อย กรีลิช ออกจากทีมเช่นกัน ถ้าได้รับข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์ เพราะถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าของสโมสร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง สกอร์บอลสด
สิงห์จ่อปิดดีล ผีเอี่ยว 5 แข้ง หงส์พร้อมโละ สรุป 8 ข่าวตลาดนักเตะรอบวัน
เบื่อโลก ทัศนคติแย่ หวิดโดนเฉดหัวทิ้ง ฝ่าอุปสรรคสู่เพชฌฆาตตัวความหวัง Ep.1
“แมนยูฯ” ตาลุก มีลุ้นคว้าดาวยิงสถิติโหดล่าตาข่าย (คลิป)
ซุปเปอร์คอมฯ ทำนาย 20 ชั้นพรีเมียร์ลีก 2020-21 แชมป์-ท็อปโฟร์-ตกชั้น
หวยจะออกที่ใคร เปิดตัวเต็งกุนซือพรีเมียร์ลีก โดนปลดคนแรก

งานนี้ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องรีบตัดสินใจ เพราะอาจโดนยักษ์ร่วมลีกปาดคว้าตัว แจ็ค กรีลิช ตัวรุกของแอสตัน วิลลา ไปร่วมทัพ

วันที่ 20 ส.ค. 63 เดอะ แอธเลติก สื่อดังของอังกฤษ บอกว่า “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสเหนือกว่า “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ตัว แจ็ค กรีลิช ตัวรุกสารพัดประโยชน์ของ “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา มาเสริมความกล้าแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้

เปิดพรีเมียร์ลีก หงส์แดง รับน้อง ลีดส์-อาร์เซนอล เยือน ฟูแลม
ยังไงกัน “โอบาเมยอง” เผยอาร์เซนอลไม่เคยชวนคุยสัญญาใหม่
แมตช์ผีบอก “Turning Point จุดเปลี่ยน”
สำหรับ กรีลิช วัย 24 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ ซัดไป 8 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 36 นัด ช่วยให้ แอสตัน วิลลา รอดตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูที่ผ่านมาได้สำเร็จ ทำให้กลายเป็นข่าวว่าได้รับความสนใจจากทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้

อย่างไรก็ตาม รายงานปัจจุบันกล่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสสูงกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ กรีลิช ไปร่วมทีม เพราะมีความจริงจังมากกว่า ส่วนปิศาจแดงดูเหมือนไปให้ความสำคัญกับการพยายามคว้า จาดอน ซานโช ปีกของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อย่างเต็มกำลังเวลานี้

ดังนี้แอสตัน วิลลา พร้อมพิจารณาปล่อย กรีลิช ออกจากทีมเช่นกัน ถ้าได้รับข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์ เพราะถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าของสโมสร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สิงห์จ่อปิดดีล ผีเอี่ยว 5 แข้ง หงส์พร้อมโละ สรุป 8 ข่าวตลาดนักเตะรอบวัน
เบื่อโลก ทัศนคติแย่ หวิดโดนเฉดหัวทิ้ง ฝ่าอุปสรรคสู่เพชฌฆาตตัวความหวัง Ep.1
“แมนยูฯ” ตาลุก มีลุ้นคว้าดาวยิงสถิติโหดล่าตาข่าย (คลิป)
ซุปเปอร์คอมฯ ทำนาย 20 ชั้นพรีเมียร์ลีก 2020-21 แชมป์-ท็อปโฟร์-ตกชั้น
หวยจะออกที่ใคร เปิดตัวเต็งกุนซือพรีเมียร์ลีก โดนปลดคนแรก

งานนี้ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องรีบตัดสินใจ เพราะอาจโดนยักษ์ร่วมลีกปาดคว้าตัว แจ็ค กรีลิช ตัวรุกของแอสตัน วิลลา ไปร่วมทัพ

วันที่ 20 ส.ค. 63 เดอะ แอธเลติก สื่อดังของอังกฤษ บอกว่า “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสเหนือกว่า “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ตัว แจ็ค กรีลิช ตัวรุกสารพัดประโยชน์ของ “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา มาเสริมความกล้าแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้

เปิดพรีเมียร์ลีก หงส์แดง รับน้อง ลีดส์-อาร์เซนอล เยือน ฟูแลม
ยังไงกัน “โอบาเมยอง” เผยอาร์เซนอลไม่เคยชวนคุยสัญญาใหม่
แมตช์ผีบอก “Turning Point จุดเปลี่ยน”
สำหรับ กรีลิช วัย 24 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ ซัดไป 8 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 36 นัด ช่วยให้ แอสตัน วิลลา รอดตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูที่ผ่านมาได้สำเร็จ ทำให้กลายเป็นข่าวว่าได้รับความสนใจจากทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้

อย่างไรก็ตาม รายงานปัจจุบันกล่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสสูงกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ กรีลิช ไปร่วมทีม เพราะมีความจริงจังมากกว่า ส่วนปิศาจแดงดูเหมือนไปให้ความสำคัญกับการพยายามคว้า จาดอน ซานโช ปีกของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อย่างเต็มกำลังเวลานี้

ดังนี้แอสตัน วิลลา พร้อมพิจารณาปล่อย กรีลิช ออกจากทีมเช่นกัน ถ้าได้รับข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์ เพราะถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าของสโมสร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สิงห์จ่อปิดดีล ผีเอี่ยว 5 แข้ง หงส์พร้อมโละ สรุป 8 ข่าวตลาดนักเตะรอบวัน
เบื่อโลก ทัศนคติแย่ หวิดโดนเฉดหัวทิ้ง ฝ่าอุปสรรคสู่เพชฌฆาตตัวความหวัง Ep.1
“แมนยูฯ” ตาลุก มีลุ้นคว้าดาวยิงสถิติโหดล่าตาข่าย (คลิป)
ซุปเปอร์คอมฯ ทำนาย 20 ชั้นพรีเมียร์ลีก 2020-21 แชมป์-ท็อปโฟร์-ตกชั้น
หวยจะออกที่ใคร เปิดตัวเต็งกุนซือพรีเมียร์ลีก โดนปลดคนแรก

งานนี้ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องรีบตัดสินใจ เพราะอาจโดนยักษ์ร่วมลีกปาดคว้าตัว แจ็ค กรีลิช ตัวรุกของแอสตัน วิลลา ไปร่วมทัพ

วันที่ 20 ส.ค. 63 เดอะ แอธเลติก สื่อดังของอังกฤษ บอกว่า “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสเหนือกว่า “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ตัว แจ็ค กรีลิช ตัวรุกสารพัดประโยชน์ของ “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา มาเสริมความกล้าแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้

เปิดพรีเมียร์ลีก หงส์แดง รับน้อง ลีดส์-อาร์เซนอล เยือน ฟูแลม
ยังไงกัน “โอบาเมยอง” เผยอาร์เซนอลไม่เคยชวนคุยสัญญาใหม่
แมตช์ผีบอก “Turning Point จุดเปลี่ยน”
สำหรับ กรีลิช วัย 24 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ ซัดไป 8 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 36 นัด ช่วยให้ แอสตัน วิลลา รอดตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูที่ผ่านมาได้สำเร็จ ทำให้กลายเป็นข่าวว่าได้รับความสนใจจากทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้

อย่างไรก็ตาม รายงานปัจจุบันกล่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสสูงกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ กรีลิช ไปร่วมทีม เพราะมีความจริงจังมากกว่า ส่วนปิศาจแดงดูเหมือนไปให้ความสำคัญกับการพยายามคว้า จาดอน ซานโช ปีกของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อย่างเต็มกำลังเวลานี้

ดังนี้แอสตัน วิลลา พร้อมพิจารณาปล่อย กรีลิช ออกจากทีมเช่นกัน ถ้าได้รับข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์ เพราะถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าของสโมสร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สิงห์จ่อปิดดีล ผีเอี่ยว 5 แข้ง หงส์พร้อมโละ สรุป 8 ข่าวตลาดนักเตะรอบวัน
เบื่อโลก ทัศนคติแย่ หวิดโดนเฉดหัวทิ้ง ฝ่าอุปสรรคสู่เพชฌฆาตตัวความหวัง Ep.1
“แมนยูฯ” ตาลุก มีลุ้นคว้าดาวยิงสถิติโหดล่าตาข่าย (คลิป)
ซุปเปอร์คอมฯ ทำนาย 20 ชั้นพรีเมียร์ลีก 2020-21 แชมป์-ท็อปโฟร์-ตกชั้น
หวยจะออกที่ใคร เปิดตัวเต็งกุนซือพรีเมียร์ลีก โดนปลดคนแรก

งานนี้ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องรีบตัดสินใจ เพราะอาจโดนยักษ์ร่วมลีกปาดคว้าตัว แจ็ค กรีลิช ตัวรุกของแอสตัน วิลลา ไปร่วมทัพ

วันที่ 20 ส.ค. 63 เดอะ แอธเลติก สื่อดังของอังกฤษ บอกว่า “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสเหนือกว่า “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ตัว แจ็ค กรีลิช ตัวรุกสารพัดประโยชน์ของ “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา มาเสริมความกล้าแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้

เปิดพรีเมียร์ลีก หงส์แดง รับน้อง ลีดส์-อาร์เซนอล เยือน ฟูแลม
ยังไงกัน “โอบาเมยอง” เผยอาร์เซนอลไม่เคยชวนคุยสัญญาใหม่
แมตช์ผีบอก “Turning Point จุดเปลี่ยน”
สำหรับ กรีลิช วัย 24 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ ซัดไป 8 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 36 นัด ช่วยให้ แอสตัน วิลลา รอดตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูที่ผ่านมาได้สำเร็จ ทำให้กลายเป็นข่าวว่าได้รับความสนใจจากทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้

อย่างไรก็ตาม รายงานปัจจุบันกล่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสสูงกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ กรีลิช ไปร่วมทีม เพราะมีความจริงจังมากกว่า ส่วนปิศาจแดงดูเหมือนไปให้ความสำคัญกับการพยายามคว้า จาดอน ซานโช ปีกของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อย่างเต็มกำลังเวลานี้

ดังนี้แอสตัน วิลลา พร้อมพิจารณาปล่อย กรีลิช ออกจากทีมเช่นกัน ถ้าได้รับข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์ เพราะถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าของสโมสร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สิงห์จ่อปิดดีล ผีเอี่ยว 5 แข้ง หงส์พร้อมโละ สรุป 8 ข่าวตลาดนักเตะรอบวัน
เบื่อโลก ทัศนคติแย่ หวิดโดนเฉดหัวทิ้ง ฝ่าอุปสรรคสู่เพชฌฆาตตัวความหวัง Ep.1
“แมนยูฯ” ตาลุก มีลุ้นคว้าดาวยิงสถิติโหดล่าตาข่าย (คลิป)
ซุปเปอร์คอมฯ ทำนาย 20 ชั้นพรีเมียร์ลีก 2020-21 แชมป์-ท็อปโฟร์-ตกชั้น
หวยจะออกที่ใคร เปิดตัวเต็งกุนซือพรีเมียร์ลีก โดนปลดคนแรก

‘จเด็จ’ เซ็ง ‘ซัวเรส’ชวด รอลุ้น ทศพล ด้าน ‘ประจวบ’ หวัง ‘รีส’ พาเฮต่อ

“จเด็จ มีลาภ” หัวหน้าผู้ฝึกสอน การท่าเรือ เผยว่าทีมจะหมดสิทธิ์ใช้งาน เซร์คิโอ ซัวเรส ตัวรุกคนเก่งที่ยังไม่ฟิต ส่วน อมร ผิวดี ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน พีที ประจวบ เอฟซี หวัง โจนาธาน รีส จะซัดประตูพาทีมเก็บชัยชนะในศึกไทยลีก สุดสัปดาห์นี้ได้อีกรอบ… บอลวันพรุ่งนี้

วันที่ 18 เม.ย.61 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 24 อาคารเฉลิมพระเกียรติการกีฬาแห่งเมืองไทย สมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทยฯ ร่วมกับ บริษัท ไทยลีก จำกัด และ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ส เมืองไทย จำกัด จัดงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขันบอลโตโยต้า ไทยลีก สัปดาห์ที่ 11 “Meet The Warriors” การท่าเรือ เอฟซี พบกับ พีที ประจวบ เอฟซี

“มาซามิ” หวังแข้ง “เชียงราย” รักษามาตรฐานเกาะกลุ่มผู้นำศึก “ไทยลีก”
“เอกนิษฐ์” ตั้งเป้าหวังพา “เชียงราย” ลุยศึก ACL 2 ปีติดต่อกัน
จริงไหม “เมสซี” เปลี่ยนไปเพราะไร้ 2 สตาร์ดัง
“สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี แพ้มาสามเกมติดต่อกัน ขณะที่ “ต่อพิฆาต” เกมปัจจุบันก็พลาดท่าบุกไปพ่าย ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 1-2 แต่ยังเป็นรองจ่าฝูงอยู่

โดยทาง จเด็จ มีลาภ หัวหน้าผู้ฝึกสอน การท่าเรือ กล่าวว่า “ตอนนี้เราต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ เซร์คิโอ ซัวเรส การขาดหายไปของ ซัวเรส ทำให้การเชื่อมเกมระหว่างกลางกับหน้าขาดไป เดี๋ยวนี้เรามีนักเตะเจ็บและแบน ทั้งเราเจอทีมแกร่งอย่าง บุรีรัมย์ และ ทรู แบงค็อกฯ ทำให้เราสะดุดไป เรายังมีจุดที่ต้องแก้ไข แต่ตารางคะแนนยังไม่ห่างมาก ซึ่งเราพยายามเรียกความมั่นใจของนักเตะกลับมาก่อน” บอลวันพรุ่งนี้

“ส่วน ดราแกน บอสโควิช อยู่ในช่วงลำบาก เขาโดนปิดตลอดเพราะเป็นดาวซัลโวในปีที่แล้ว ทำให้เขาต้องทำงานหนักถึงสองเท่า เราพยายามคุยกับเขา เพื่อให้ช่วยให้เขาผ่อนคลาย เขาเป็นนักเตะมืออาชีพอยู่แล้ว และเชื่อว่าเขาจะกลับมาสู่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมได้แน่ๆ”

“สามเกมที่ผ่านมาเราเสียไปสิบประตู เราพึ่งได้ ทศพล ลาเทศ กองหลังตัวหลักหายเจ็บกลับมา และน่าจะบริบูรณ์สำหรับเกมนัดนี้”

ขณะที่ อมร ผิวดี ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน พีที ประจวบ เอฟซี กล่าวว่า “เกมนี้เราไม่มีตัวผู้เล่นเจ็บและติดโทษแบน เกมผ่านมาสิบนัดเราเป็นน้องใหม่ และสามารถทำผลงานได้ดีขนาดนี้ ต้องให้เครดิตกับนักเตะที่ร่วมใจกันเล่นครับ”

“เราไม่ได้กดดันอะไร เพราะยังมีหลายเกมที่ต้องลงสนามในซีซั่นนี้ ส่วนนักเตะอย่าง จิตปัญญา เขาเป็นผู้เล่นที่ดีอยู่แล้ว ทั้งยังมีประสบการณ์ ทำให้เขามาเติมเต็มให้กับทีมได้ดี”

“จเด็จ มีลาภ” หัวหน้าผู้ฝึกสอน การท่าเรือ เผยว่าทีมจะหมดสิทธิ์ใช้งาน เซร์คิโอ ซัวเรส ตัวรุกคนเก่งที่ยังไม่ฟิต ส่วน อมร ผิวดี ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน พีที ประจวบ เอฟซี หวัง โจนาธาน รีส จะซัดประตูพาทีมเก็บชัยชนะในศึกไทยลีก สุดสัปดาห์นี้ได้อีกรอบ…

วันที่ 18 เม.ย.61 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 24 อาคารเฉลิมพระเกียรติการกีฬาแห่งเมืองไทย สมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทยฯ ร่วมกับ บริษัท ไทยลีก จำกัด และ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ส เมืองไทย จำกัด จัดงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขันบอลโตโยต้า ไทยลีก สัปดาห์ที่ 11 “Meet The Warriors” การท่าเรือ เอฟซี พบกับ พีที ประจวบ เอฟซี

“มาซามิ” หวังแข้ง “เชียงราย” รักษามาตรฐานเกาะกลุ่มผู้นำศึก “ไทยลีก”
“เอกนิษฐ์” ตั้งเป้าหวังพา “เชียงราย” ลุยศึก ACL 2 ปีติดต่อกัน
จริงไหม “เมสซี” เปลี่ยนไปเพราะไร้ 2 สตาร์ดัง
“สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี แพ้มาสามเกมติดต่อกัน ขณะที่ “ต่อพิฆาต” เกมปัจจุบันก็พลาดท่าบุกไปพ่าย ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 1-2 แต่ยังเป็นรองจ่าฝูงอยู่ บอลวันพรุ่งนี้

โดยทาง จเด็จ มีลาภ หัวหน้าผู้ฝึกสอน การท่าเรือ กล่าวว่า “ตอนนี้เราต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ เซร์คิโอ ซัวเรส การขาดหายไปของ ซัวเรส ทำให้การเชื่อมเกมระหว่างกลางกับหน้าขาดไป เดี๋ยวนี้เรามีนักเตะเจ็บและแบน ทั้งเราเจอทีมแกร่งอย่าง บุรีรัมย์ และ ทรู แบงค็อกฯ ทำให้เราสะดุดไป เรายังมีจุดที่ต้องแก้ไข แต่ตารางคะแนนยังไม่ห่างมาก ซึ่งเราพยายามเรียกความมั่นใจของนักเตะกลับมาก่อน”

“ส่วน ดราแกน บอสโควิช อยู่ในช่วงลำบาก เขาโดนปิดตลอดเพราะเป็นดาวซัลโวในปีที่แล้ว ทำให้เขาต้องทำงานหนักถึงสองเท่า เราพยายามคุยกับเขา เพื่อให้ช่วยให้เขาผ่อนคลาย เขาเป็นนักเตะมืออาชีพอยู่แล้ว และเชื่อว่าเขาจะกลับมาสู่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมได้แน่ๆ”

“สามเกมที่ผ่านมาเราเสียไปสิบประตู เราพึ่งได้ ทศพล ลาเทศ กองหลังตัวหลักหายเจ็บกลับมา และน่าจะบริบูรณ์สำหรับเกมนัดนี้”

ขณะที่ อมร ผิวดี ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน พีที ประจวบ เอฟซี กล่าวว่า “เกมนี้เราไม่มีตัวผู้เล่นเจ็บและติดโทษแบน เกมผ่านมาสิบนัดเราเป็นน้องใหม่ และสามารถทำผลงานได้ดีขนาดนี้ ต้องให้เครดิตกับนักเตะที่ร่วมใจกันเล่นครับ”

“เราไม่ได้กดดันอะไร เพราะยังมีหลายเกมที่ต้องลงสนามในซีซั่นนี้ ส่วนนักเตะอย่าง จิตปัญญา เขาเป็นผู้เล่นที่ดีอยู่แล้ว ทั้งยังมีประสบการณ์ ทำให้เขามาเติมเต็มให้กับทีมได้ดี”

“จเด็จ มีลาภ” หัวหน้าผู้ฝึกสอน การท่าเรือ เผยว่าทีมจะหมดสิทธิ์ใช้งาน เซร์คิโอ ซัวเรส ตัวรุกคนเก่งที่ยังไม่ฟิต ส่วน อมร ผิวดี ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน พีที ประจวบ เอฟซี หวัง โจนาธาน รีส จะซัดประตูพาทีมเก็บชัยชนะในศึกไทยลีก สุดสัปดาห์นี้ได้อีกรอบ…

วันที่ 18 เม.ย.61 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 24 อาคารเฉลิมพระเกียรติการกีฬาแห่งเมืองไทย สมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทยฯ ร่วมกับ บริษัท ไทยลีก จำกัด และ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ส เมืองไทย จำกัด จัดงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขันบอลโตโยต้า ไทยลีก สัปดาห์ที่ 11 “Meet The Warriors” การท่าเรือ เอฟซี พบกับ พีที ประจวบ เอฟซี

“มาซามิ” หวังแข้ง “เชียงราย” รักษามาตรฐานเกาะกลุ่มผู้นำศึก “ไทยลีก”
“เอกนิษฐ์” ตั้งเป้าหวังพา “เชียงราย” ลุยศึก ACL 2 ปีติดต่อกัน
จริงไหม “เมสซี” เปลี่ยนไปเพราะไร้ 2 สตาร์ดัง
“สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี แพ้มาสามเกมติดต่อกัน ขณะที่ “ต่อพิฆาต” เกมปัจจุบันก็พลาดท่าบุกไปพ่าย ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 1-2 แต่ยังเป็นรองจ่าฝูงอยู่

โดยทาง จเด็จ มีลาภ หัวหน้าผู้ฝึกสอน การท่าเรือ กล่าวว่า “ตอนนี้เราต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ เซร์คิโอ ซัวเรส การขาดหายไปของ ซัวเรส ทำให้การเชื่อมเกมระหว่างกลางกับหน้าขาดไป เดี๋ยวนี้เรามีนักเตะเจ็บและแบน ทั้งเราเจอทีมแกร่งอย่าง บุรีรัมย์ และ ทรู แบงค็อกฯ ทำให้เราสะดุดไป เรายังมีจุดที่ต้องแก้ไข แต่ตารางคะแนนยังไม่ห่างมาก ซึ่งเราพยายามเรียกความมั่นใจของนักเตะกลับมาก่อน”

“ส่วน ดราแกน บอสโควิช อยู่ในช่วงลำบาก เขาโดนปิดตลอดเพราะเป็นดาวซัลโวในปีที่แล้ว ทำให้เขาต้องทำงานหนักถึงสองเท่า เราพยายามคุยกับเขา เพื่อให้ช่วยให้เขาผ่อนคลาย เขาเป็นนักเตะมืออาชีพอยู่แล้ว และเชื่อว่าเขาจะกลับมาสู่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมได้แน่ๆ”

“สามเกมที่ผ่านมาเราเสียไปสิบประตู เราพึ่งได้ ทศพล ลาเทศ กองหลังตัวหลักหายเจ็บกลับมา และน่าจะบริบูรณ์สำหรับเกมนัดนี้”

ขณะที่ อมร ผิวดี ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน พีที ประจวบ เอฟซี กล่าวว่า “เกมนี้เราไม่มีตัวผู้เล่นเจ็บและติดโทษแบน เกมผ่านมาสิบนัดเราเป็นน้องใหม่ และสามารถทำผลงานได้ดีขนาดนี้ ต้องให้เครดิตกับนักเตะที่ร่วมใจกันเล่นครับ”

“เราไม่ได้กดดันอะไร เพราะยังมีหลายเกมที่ต้องลงสนามในซีซั่นนี้ ส่วนนักเตะอย่าง จิตปัญญา เขาเป็นผู้เล่นที่ดีอยู่แล้ว ทั้งยังมีประสบการณ์ ทำให้เขามาเติมเต็มให้กับทีมได้ดี”